วันเสาร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2553

สังคมจึงจะสงบสุข...โดยครูป้อม

ฝึกมองให้เห็นความดีของผู้อื่น..
พร้อม..กล่าวสรรเสริญ
ฝึกมองให้เห็นความไม่ดีของตัวเอง..
พร้อม..กล่าวติเตียน
.
...สังคมจึงจะสงบสุข..

ขอขอบคุณ "การมอง"
ครูป้อม คนล่าฝัน

ขำๆกัน..วันละนิด(16) ... โดยครูป้อม

...มีเหตุการณครั้งหนึ่งที่ผมจำได้แม่นยำ เมื่อนักบินอวกาศอเมริกาขึ้นไปลอยล่องท่องสวรรค์ ซึ่งพวกเขาพบว่าปากกาลูกลื่นที่นำขึ้นไปเขียนไม่ออกในสภาพไร้น้ำหนัก ..
 
...นาซาจึงพัฒนาปากกานี้ทำงานได้ในทุกอุณหภูมิทุกสภาวะตีลังกาเขียน แม้กระทั้งเขียนใต้น้ำ..
นาซาหมดเงินพัฒนาไป 12,000,000,000 ดอลาร์..
แต่พวกนักบินอวกาศรัสเซีย"ใช้ดินสอ"
1 แท่ง น่าจะไม่เกิน 10 บาท   นะครับพี่น้องง....
.
.
ปล.ไม่ว่าจะเป้นเรื่องจริงหรือเรื่องขำขันชี้ให้เห็นว่า บ่อยครั้งที่เจตนาและความคิดที่ดีไร้ผล เพียงเพราะคิดยากไปนะครับ..
555++
ผมล่ะเสียดายเงินกับนาซาจัง..


 ขอขอบคุณ "ดินสอ"
ครูป้อม คนล่าฝัน

คำคม..สมคิด ลวางกูร(1) ... โดยครูป้อม


" The best time to make friend is
before you need them."
" จงสร้างมิตรภาพ...
ก่อนที่คุณจะต้องการมัน..."

ขอขอบคุณ "สมคิด"
ครูป้อม คนล่าฝัน

วันศุกร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2553

โจทย์คณิต..คิดสนุก(44).... โดยครูป้อม

...ข้อ 44..

...ถ้าเวลาที่นิวยอร์คเร็วกว่าทซานฟรานซิสโก 3 ชั่วโมง จะเป็นเวลาใดในนิวยอร์คครับ ถ้านาฬิกาในซานฟรานซิสโกบอกเวลา 4 นาฬิกา ช้าไป 1 ชั่วโมง..


วิธีคิด ..!!!!!!
....ลองคิดดูนะครับ..
v

v

v

ตอบ ????????
.
(ใครรู้ช่วยบอกครูป้อมทีนะครับ..อย่าพึ่งดูเฉลยด้านล่างนะครับ)

สิ่งไม่มีกลับเห็น...สิ่งไม่เห็นกลับมี....โดยครูป้อม


กลางห้วงน้ำ..มีความเร่าร้อน
กลางเปลวเพลิง..มีความเยือกเย็น
สิ่งไม่มีกลับเห็น...สิ่งไม่เห็นกลับมี

ขอขอบคุณ "ความไม่มี"
ครูป้อม คนล่าฝัน

ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ชื่อว่า"แม่" ....โดยครูป้อม

...คำว่า "แม่" ยากแท้ที่เราจะให้นิยามนะครับ ในนิยามของผมแล้ว..แม่คือผู้ให้กำเนิดชีวิตเรา..พ่อคือผู้ให้ชีวิตเรา..และเมื่อคุณเกิดมาในโลกนี้..แม่อุ้มคุณไว้ในอ้อมอก..คุณขอบคุณแม่ด้วยการเปล่งเสียงร้องไห้.. 
เมื่อคุณอายุ  1 ขวบ แม่ป้อนข้าวและอาบน้ำให้คุณ   คุณขอบคุณแม่โดยการร้องไห้งอแง  
เมื่อคุณอายุ  2 ขวบ   แม่สอนให้คุณหัดเดิน คุณขอบคุณแม่ด้วยการวิ่งหนีทุกครั้ง ที่แม่เรียกหา   

เมื่อคุณอายุ  3 ขวบ   แม่ทำอาหารทุกอย่างให้คุณด้วยความรัก  คุณขอบคุณแม่ด้วยการโยนจานลงบนพื้น  
เมื่อคุณอายุ  4 ขวบ   แม่ให้ดินสอสีแก่คุณ   คุณขอบคุณแม่ด้วยการระบายสีเลอะเต็มบ้าน  
เมื่อคุณอายุ  5 ขวบ   แม่แต่งชุดสวยๆ(หรือหล่อๆ)ให้คุณไปเที่ยว   คุณขอบคุณแม่ด้วยการทำชุดเลอะโคลน  
เมื่อคุณอายุ  6 ขวบ   แม่ไปส่งคุณที่รร. คุณขอบคุณแม่ด้วยการร้องไห้ตะโกน ว่า  ' ไม่ไป... ไม่ไป... ไม่ไป... ''   
เมื่อคุณอายุ  7   ขวบ แม่ซื้อไอศกรีมให้คุณ   คุณขอบคุณแม่ด้วยการทำมันหกเลอะเทอะไปทั่ว  
เมื่อคุณอายุ  8 ขวบ   แม่ซื้อลูกบอลให้คุณ   คุณขอบคุณแม่ด้วยการทำกระจกเพื่อนบ้านแตก  
เมื่อคุณอายุ  9 ขวบ   แม่สอนให้คุณเล่นเปียโน คุณขอบคุณแม่ด้วยการไม่เคยแม้แต่จะซ้อม  
เมื่อคุณอายุ  10 ขวบ แม่พาคุณไปเรียนพิเศษและพาไปงานวันเกิด เพื่อน   คุณขอบคุณแม่ด้วยการกระโดดลงจากรถโดยไม่คิดที่จะ หันกลับมามอง  
เมื่อคุณอายุ  11 ขวบ   แม่พาคุณกับเพื่อนไปดูหนัง   คุณขอบคุณแม่ด้วยการขอที่นั่งคนละแถว(หรือขอให้ แม่ไม่ต้องดู)  
เมื่อคุณอายุ  12 ขวบ   แม่เตือนคุณว่าอย่าดูทีวี คุณขอบคุณแม่ด้วยการรอให้แม่ไปข้างนอกแล้วดูต่อ  
เมื่อคุณอายุ  13 ปี   แม่บอกให้คุณตัดผม คุณขอบคุณแม่ด้วยการด่าแม่ว่า  ' แม่นี่...ไม่มีรสนิยมเลย   ไม่ต้องกะหนู(ผม)หรอก '
เมื่อคุณอายุ  14 ปี   แม่จ่ายเงินซัมเมอร์แคมป์ที่แพงแสนแพงเพื่อให้ คุณได้เรียนสิ่งที่ดีๆ   คุณขอบคุณแม่ด้วยการไม่เขียนจดหมายหาแม่ซักกะ ฉบับ    
เมื่อคุณอายุ  15 ปี   แม่กลับบ้านหลักงานเลิกอยากกอดคุณสักกอด   คุณขอบคุณแม่ด้วยการขังตัวเองอยู่ในห้อง  
เมื่อคุณอายุ  16 ปี   แม่สอนคุณขับรถ คุณขอบคุณแม่ด้วยการขับรถหนีแม่ไป??ที่ยว  
เมื่อคุณอายุ  17 ปี   แม่จ่ายค่าเรียนกวดวิชา   คุณขอบคุณแม่ด้วยการให้แม่ส่งข้างนอกเพื่อจะได้ ไม่อายเพื่อน  
เมื่อคุณอายุ  18 ปี   แม่ร้องไห้ในวันที่คุณจบชั้นมัธยม   คุณขอบคุณแม่ด้วยการฉลองยันเช้า  
เมื่อคุณอายุ  19 ปี   แม่รอโทรศัพท์สายสำคัญ คุณขอบคุณแม่ ด้วยการใช้สายตลอดคืนนั้  
เมื่อคุณอายุ  20 ปี     แม่ถามว่าคุณมีแฟนรึยัง  คุณขอบคุณแม่ด้วยการตอบว่า  ' แม่อย่ามายุ่งกะหนู(ผม)เลย '
เมื่อคุณอายุ  21 ปี   แม่แนะนำอาชีพของแม่ให้คุณทำในอนาคตของคุณ   คุณขอบคุณแม่ด้วยการพูดว่า  ' หนู(ผม)ไม่อยากเป็นอย่างแม่ '
เมื่อคุณอายุ  22 ปี   แม่อยากกอดคุณในวันรับปริญญา   คุณขอบคุณแม่ด้วยการกอดกับเพศตรงข้ามกับคุณ  
เมื่อคุณอายุ  23 ปี      แม่ซื้ออพาร์ตเม้นท์และเฟอร์นิเจอร์ให้แก่คุณ   คุณขอบคุณแม่ด้วยการว่ากับเพื่อนๆลับหลังว่า ' มันช่างเชยและน่าเกลียดเสียนี่กระไร '
เมื่อคุณอายุ  24 ปี   แม่บอกให้คุณพาแฟนของคุณมาหาแม่ เมื่อคุณพามา   แม่ถามพวกคุณว่าอนาคตวางแผนไว้ว่าอย่างไร   คุณขอบคุณแม่ด้วยการจ้องเขม็งและพูดว่า   ' แม่จะมายุ่งอะไรกะหนูอีกเนี่ย '  
เมื่อคุณอายุ  25 ปี  ( สำหรับผู้ชาย)แม่ช่วยออกค่าสินสอดให้กับคุณ   และบอกกับคุณว่าแม่รักคุณมากขนาดไหน   คุณขอบคุณแม่ด้วยการพูดว่า ' อายคนอื่นเขาน่า   แม่
( สำหรับผู้หญิง)แม่ช่วยออกค่าใช้จ่าย ในงานแต่ง งานให้คุณ   และบอกว่าแม่รักคุณมากขนาดไหน   คุณขอบคุณแม่ด้วยการพูดว่า ' หนูอยากไปอยู่ต่างประเทศเพื่อจะได้สวีทกับแฟน โดนไม่มีแม่ '
เมื่อคุณอายุ  30 ปี แม่โทรมาหาและแนะนำวิธีเลี้ยงเด็ก   คุณขอบคุณแม่โดยการบอกว่า  ' สมัยนี้มันเปลี่ยนไปแล้วล่ะค่ะแม่ '
เมื่อคุณอายุ  40 ปี แม่โทรมาชวนคุณไปงานวันเกิดญาติ  คุณขอบคุณแม่และญาติว่า  ' ตอนนี้ไม่ว่างเลย '
เมื่อคุณอายุ  50 ปี แม่ชราและไม่สบาย   อยากให้คุณดูแล   คุณขอบคุณแม่ด้วยการบอกว่า  ' มันเป็นภาระนะแม่   หนูมีงานอีกเยอะแยะ ' และแล้ววันหนึ่ง แม่จากคุณไปอย่างสงบ และทุกอย่างที่คุณไม่เคยทำมาก่อน   จะเหมือนฟ้าผ่าในใจคุณ   โปรดใช้เวลาสักนิด แสดงออกถึงความลึกซึ้งแด่ ' แม่ '
ไม่มีอะไรมาแทนแม่ได้ แม้ว่าบางคราวแม่จะไม่ใช่คนที่เข้า ใจคุณมากที่สุด   หรือเห็นด้วยกับคุณ   แต่ก็คือ ' แม่ ' ของคุณ   และเชื่อได้ว่าจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ   รับฟังคุณ ความกังวลของคุณ   ลองถามตัวเองดู คุณมีเวลาที่จะฟังความเศร้า   ความกังวลใจไม่ว่าจากการงาน   จากงานบ้าน หรือจากงานในครัวของแม่ไหม   คุณเคยนึกถึงความทุกข์ของแม่ที่ต้องทำทุกอย่าง เพื่อคุณและทุกคนไหม   รักแม่ให้มาก   แม้ว่าจะคิดเห็นแตกต่างการ   เพราะเมื่อแม่จากไป   จะเหลือเพียงความเสียใจและความทรงจำเท่านั้น   


...อย่าเพิกเฉยกับคนที่ใกล้หัวใจคุณที่สุด...รัก "แม่" ให้มากกว่ารักตัวเอง...แสดงให้แม่รู้ว่าคุณก็ ' รัก ' ก่อนที่จะทำได้เพียงบอกรักกับ.. ' รูป ' ของแม่เท่านั้นนะครับ ..

ปล. ผมเคยเสียพ่อไปแล้วเมื่อปี ' 45 ตอนผมอายุเพียง 15 ปี.. โดยที่ยังไม่เคยได้บอกรัก "คุณพ่อ" แม้แต่เพียงครั้งเดียว... 


ขอขอบพระคุณ "คุณแม่  คุณพ่อ"
ครูป้อม คนล่าฝัน

คำคม..อ.พิพิธ พุ่มแก้ว ... โดยครูป้อม

เพราะความคิด..นำไปสู่..คำพูด...
 คำพูด..จะนำไปสู่..การกระทำ...

การกระทำซ้ำๆ..เกิดเป็น..นิสัย...
นิสัย..จะกลายเป็น..บุคลิกภาพ...
บุคลิกภาพ..จะนำไปสู่..ซะตาชีวิต... 

ขอขอบคุณ "อ.พิพิธ"
ครูป้อม คนล่าฝัน

วันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2553

ขำๆกัน..วันละนิด(15) ... โดยครูป้อม

...หลังจากสามีทะเลาะกับภรรยา..ก็กลับถึงบ้านต่างคนต่างไม่พูดจากัน..ต่างคนต่างอาบน้ำต่าง คนต่างนอน..ไม่ยอมพูดกัน ..
...ก่อนจะปิดไฟ คุณสมชายก็นึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้ ต้องรีบไปต้อนรับลูกค้ารายใหญ่ แต่เช้า..ก็เลยเขียนข้อความใส่กระดาษ ..
"พรุ่งนี้หกโมงเช้า อย่าลืมปลุกผม"
ส่งให้ภรรยาที่นอนอยู่ข้างๆแล้วสม ชายก็หลับพล็อยไปเช้าวันรุ่งขึ้น ..คุณสมชายตกใจตื่นขึ้นมาตายละหว่า..เจ็ดโมงกว่าแล้ว... อ้าว... แล้วเมียเราหละตื่นแล้ว.ทำไมไม่ปลุก...

คุณสมชายไม่มีเวลาบ่นมากกว่านี้...
รีบเข้าห้องน้ำ อาบๆๆแปรงๆๆแล้วรีบออกมาแต่งตัว...พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่น หนึ่งวางอยู่บนหัวเตียง.. เขียนว่า...
"เจ้าหมูตอน..หกโมงแล้ว..ตื่นได้แล้ว"


 ขอขอบคุณ "กระดาษทั้ง 2 แผ่น"
ครูป้อม คนล่าฝัน

ขำๆกัน..วันละนิด(14) ... โดยครูป้อม

...มีเด็กน้อยชื่อ "ชินจัง" เด็กจอมแก่นถามช่างชื่อ "ลุงมา" ซึ่งกำลังซ่อมเครื่องซักผ้าที่บ้าน ..


ชินจัง : "น้าเป็นช่างซ่อมทีวีใช่ไหมครับ ?"  
ลุงมา : "ไม่ใช่หนู น้าเป็นช่างซ่อมเครื่องซักผ้า"  
ชินจัง : "ไม่ใช่ น้าเป็นช่างซ่อมทีวีต่างหาก"
ลุงมา : "ไม่ใช่หนู น้าเป็นช่างซ่อมเครื่องซักผ้า"
ชินจังกระทืบเท้าเร่าๆ ปากก็ร้องว่า..
"น้าเป็นช่างซ่อมทีวี!..น้าเป็นช่างซ่อมทีวี!"
ช่างซ่อมเครื่องซักผ้ามองเด็กน้อยด้วยความเอ็นดูในความไร้เดียงสา จึงบอก เด็กน้อยไปว่า.. "โอเคจ๊ะ โอเค!! น้าเป็นช่างซ่อมทีวี"
ชินจังหยุดร้อง แล้วยืนเท้าสะเอวก่อนถามด้วยสีหน้ากวนสุดชีวิตว่า...
"แล้วน้ามายุ่งอะไรกับเครื่องซักผ้าหนิ!!"

ลุงมา : !!!++*??..

 ขอขอบคุณ "ชินจัง"
ครูป้อม คนล่าฝัน

คำคม..มหาตมะ คานธี(3) ... โดยครูป้อม

"...The greatness of a nation and 
its moral progress can be judged 
by the way its animals are treated.."

Mahatma Gandhi
.
  .
"...ความยิ่งใหญ่ของชาติหนึ่งชาติใด 
และวิวัฒน์แห่งจริยธรรมของชาตินั้นสามารถ
ตัดสินกันได้ที่วิธีการที่ปฏิบัติต่อสัตว์ในชาตินั้นๆ.." 

มหาตมะ คานธี

ขอขอบคุณ "คานธี"
ครู ป้อม คนล่าฝัน

ขำๆกัน..วันละนิด(13) ... โดยครูป้อม

...มีเด็กชายส้มโอแม่สั่งให้ไปซื้อขนมปังตอนเช้าเช่นทุกๆวัน มีอยู่วันหนึ่งเด็กคนนั้นไปซื้อขนมปังเช่นทุกวัน..

ด.ช.ส้มโอ : ทำไมวันนี้ขนมปังเบาจังครับ
ลุงคนขาย :
ลุงใส่น้อยๆหนูจะได้ไม่หนักไง
เด็ก จึงให้เงินคนขายไป 3 บาท
ลุงคนขาย :
ทำไมหนูให้เงินลุงแค่ 3 บาท ล่ะ
ปกติต้องให้ 5 บาทไม่ใช่เหรอ!!
ด.ช.ส้มโอ : ก็ลุงจะได้นับเร็วๆไงครับ...
ลุงคนขาย : !!!!???*++!!..

 ขอขอบคุณ "ด.ช.ส้มโอ"
ครูป้อม คนล่าฝัน

ความปารถนาดี(ตอน 2)...โดยครูป้อม

คนที่มีชีวิตล้มเหลว..
คือ..คนที่มีชีวิตอยู่...
โดยปราศจากการเรียนรู้...

ไม่เห็นเป็นไรเลย...
ที่จะไขว่คว้าดาวแล้วไม่ได้ดาว..
แต่อย่างน้อย...
อาจจะได้สะเก็ดดาวติดมือมาบ้าง...

ผู้คนส่วนใหญ่ที่มีชีวิตล้มเหลว
คือ..ผู้ที่ไม่ทราบว่า...
ยามที่เขายอมแพ้นั้น...
เขาอยู่ใกล้ความสำเร็จ..
เพียงแค่เอื้อมเท่านั้น...

ขอขอบคุณ "กำลังใจ"
ครูป้อม คนล่าฝัน

ความปารถนาดี(ตอน 1)...โดยครูป้อม

 ไม่มีคำว่า..พ่ายแพ้.. 
สำหรับผู้แสวงหาชัยชนะ... 
และไม่มีคำว่า...ชัยชนะ... 
สำหรับผู้ที่ไม่แสวงหา...
ไม่ขึ้นที่สูง...
จะรู้ได้อย่างไรว่า...
ท้องฟ้าปุยเมฆ...สวยงามอย่างไร...
ไม่ลงลึกในหุบเขา...
จะรู้ได้อย่างไรว่า...
ใต้พื้นแผ่นดินชุ่มชื่นอย่างไร..
ไม่ต่อสู้อุปสรรค
จะรู้ได้อย่างไรว่า...
ความสำเร็จเป็นเช่นไร...

ความสำเร็จ...
เกิดจากความเข้มแข็ง...
เกิดจากการเรียนรู้...
และการต่อสู้อย่างถึงที่สุด...

แม้ว่าการพยายาม...
ในการทำสิ่งใดก็ตาม...
จะไม่สามารถรับประกันได้ว่า...
จะประสบความสำเร็จ..


แต่การไม่พยายามทำนั้น..
รับประกันได้เลยว่า....ล้มเหลว...

.
ขอขอบคุณ "กำลังใจ"
ครูป้อม คนล่าฝัน
 
Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.