วันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554

สวัสดีปีกระต่าย 2554...

วันพฤหัสบดีที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Happy New Year ' 2011...

วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553

วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2553

บุญคูณลาน..เดือนยี่...

วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2553

จงเชื่อมั่นในตัวเอง(Be yourself)...

เรื่องนี้เป็นความโลภของเจ้ากบน้อย..
ความอยากเป็นนั้น อยากเป็นนี้ ทำให้ความคิดฟุ้งซ่าน
"The best to be yourself."


     กบฟุ้งซ่านตัวหนึ่งนั่งอยู่ข้างกำแพงวัด ทุกเช้ามันเฝ้าดูพระออกเดินบิณฑบาตตั้งแต่เช้ามืด พอพระกลับมา ถึงวัดเพื่อฉันเช้า...

     กบน้อยนึกในใจอยากเกิดเป็นพระ เพราะเป็นพระสบายดี มีคนถวายอาหารให้กินทุกวัน
เมื่อพระฉันเสร็จก็นำอาหารที่เหลือมากมายนั้นไปให้เด็กวัดกินต่อ แล้วเด็กวัดก็กินกันอย่างเอร็ดอร่อย..

     ตอนนี้..กบเปลี่ยนใจอยากเกิดเป็นเด็กวัดแล้ว เพราะสบายกว่าพระ มันเห็นเด็กวัดหลายคนตื่นสายได้และไม่ต้องออกตามพระไปบิณฑบาตก็ได้สบายกว่าเยอะเลย เมื่อเด็กวัดกินเสร็จก็โกยเศษอาหารที่เหลือทั้งหมดให้หมาวัดไปกินแล้วเด็กวัดทุกคนก็ไปช่วยกันล้างจาน..

     ถึงตอนนี้..กบเปลี่ยนใจอยากเกิดเป็นหมาวัดแล้ว เพราะไม่ต้องล้างจานเหมือนเด็กวัด สบายกว่า
พอหมาวัดกินอาหารเสร็จก็แยกย้ายไปทำหน้าที่เฝ้าบริเวณวัด คอยเห่าคนแปลกหน้า ฝูงแมลงวันก็บินมาตอมและกินเศษอาหารต่อจากหมาวัด..

     ถึงตอนนี้..กบเปลี่ยนใจ(อีกแล้ว) อยากเกิดเป็นแมลงวัน เพราะสบายที่สุดไม่ต้องทำอะไรเลย
หนำซ้ำยังมีกองอาหารให้กินไม่มีหมดด้วย ขณะที่เจ้ากบฟุ้งซ่านกำลังคิดเพลินๆอยู่นั้น พอดีหันมาเห็นแมลงวันบินมาใกล้ๆ จึงใช้ลิ้นตวัดเอาแมลงวันเข้าปากตัวเองกินโดยสัญชาตญาณ ..

     ถึงตอนนี้.. กบฟุ้งซ่านจึงบรรลุธรรมฉับพลันคิดได้ว่า.. 

เอ้อ!! เป็นตัวของเราเองนี่แหละดีที่สุดเลย(The best to be yourself)..

"คนเราทุกคนไม่สามารถเลือกที่จะเกิดได้ แต่ชีวิตของเราเราสามารถเลือกที่เป็นอย่างที่เราคาดหวังไว้ได้ทุกคน ถ้ามีความมุ่งมั่นและแน่วแน่พอนะครับ.."

วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553

รวมนานาสัตว์โลก หาดูได้ยาก...

Bald Eagle Homer Alaska
Bald Eagle Homer Alaska
Blue-and-Black Tanager Andes Peru
Blue-and-Black Tanager Andes Peru
Caracals
Caracals
Crowned Pigeon
Crowned Pigeon
Fan Worm Solomon Islands
Fan Worm Solomon Islands
Firefox Red Panda
Firefox Red Panda
Flamingos
Flamingos
Gray Wolf Minnesota
Gray Wolf Minnesota
Green Sea Turtle
Green Sea Turtle
Guinea Pigs
Guinea Pigs
Harp Seal Pup
Harp Seal Pup
King Penguin Chick Falkland Islands
King Penguin Chick Falkland Islands
Male Caribou Alaska
Male Caribou Alaska

ต้นไม้ยังอยู่เป็นคู่ ไฉนคนบ้างคนไร้คู่คอง...

วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เรื่องดีๆ จากผีเสื้อตัวน้อย...

เรื่องที่สอนแง่คิดของคนเราครับ..
"ชีวิตที่ผ่านมาของใครบางคน ไม่เคบเผชิญกับอุปสรรคใดเลย
เมื่อมาพบเจอกับอุปสรรคทำให้ถดถอย จนไม่กล้าเผชิญกับอุปสรรคนั้นๆ"
 

     ชายคนหนึ่งพบรังไหมของตัวอ่อนผีเสื้อ เขาเฝ้าจับตาความคืบหน้ามาตลอด กระทั่งได้เห็นรอยปริขนาดเล็กปรากฏอยู่ที่ผิวภายนอก ชายคนนั้นจึงนั่งลงและเฝ้าจับตามองความเคลื่อนไหวของตัวอ่อนผีเสื้ออยู่นานหลายชั่วโมง..

     เขาเห็นมันพยายามดิ้นรนจะพ้นจากช่องเล็ก ๆ ของรังไหมให้ได้ แต่เมื่อไม่สำเร็จ เจ้าตัวน้อยก็หยุดเคลื่อนไหว เหมือนจะยอมรับว่าไม่อาจขืนทำอะไรได้มากไปกว่านั้น เมื่อตัดสินใจได้ว่าจะช่วยตัวอ่อนแล้วชายคนนั้นจึงหยิบกรรไกรขึ้นมาตัดเปิด ช่องรังไหมจนกว้างพอที่ตัวอ่อนจะสามารถออกมาได้อย่างง่ายดาย..

     ตัวอ่อนผีเสื้อน้อยจึงออกมาเผชิญโลกทั้งสภาพร่างกายบวมกลม ตรงข้ามกับปีกที่มีขนาดเล็กนิดเดียว! แต่เขาก็เฝ้าจับตามองตัวอ่อนนั้นต่อไปด้วยความหวังว่า อีกไม่ช้าปีกของมันจะขยายใหญ่ขึ้นและแข็งแรงพอจะพยุงร่างกายมันได้เมื่อถึงเวลาอันควร..

     แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง! ผีเสื้อน้อยต้องเดินและคลานไปมาทั้งชีวิต ด้วยสภาพร่างกายบวมกลมและปีกแห้งเล็กที่ไม่มีโอกาสจะบินได้ ภายใต้การดูแลอย่างอ่อนโยนของชายผู้หวังดี สิ่งที่ชายคนนี้ไม่เคยเข้าใจก็คือ ธรรมชาติได้กำหนดมาแล้วว่า ตัวอ่อนจะออกไปเผชิญโลกได้ก็ต่อเมื่อของเหลวในร่างกายลดน้อยลง จนลำตัวมีขนาดสมดุลกับปีกเท่านั้น จึงจะสามารถลอดออกจากช่องว่างขนาดเล็กของรังไหมได้สำเร็จและถ้าตัวอ่อนได้ผ่านการดิ้นรนจนถึงเวลานั้น มันจึงจะเติบโตเป็นผีเสื้อที่พร้อมโบกบินจากรังได้อย่างอิสระโดยแท้..

     "การมีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องผ่านอุปสรรคใดๆ เลย จึงมีแต่จะทำให้เราพิการและไม่แข็งแรง การดิ้นรนฝ่าฟันอุปสรรคต่างหากที่เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินชีวิต ซึ่งจะช่วยให้เรายืนหยัดอยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง "

วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553

วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ศิษย์ผู้น่าสงสารคนนี้ ไม่รู้กระทั่งว่าอะไรผิดอะไรถูก...

เรื่องนี้ดีมากครับ การสอนศิษย์ของอาจารย์บันไก..
โดยใช้หลักการให้คนทำผิดสำนึก รู้ตัว โดยไม่ต้องไปทำโทษ
เมื่อเขารู้ว่ามันไม่ใช่แล้ว เขาจะใคร่ครวญหาทางที่ถูกที่ควรเอง


     เวลาที่อาจารย์บันไกจัดสัปดาห์แห่งการปฏิบัติกรรมฐาน มีศิษย์อยู่ปฏิบัติจากส่วนต่างๆของประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก คราวหนึ่งศิษย์คนหนึ่งโดนจับด้วยข้อหาลักทรัพย์ พวกเขาจึงรายงานให้อาจารย์บันไกทราบ พร้อมเสนอเนรเทศเจ้าขโมยคนนั้น แต่อาจารย์บันไกก็เฉยเสีย

      ต่อมา..ศิษย์คนนั้นโดนจับด้วยความผิดเช่นเดียวกัน อาจารย์บันไกก็เฉยเสียอีก เหตุการณ์เช่นนี้ทำให้ศิษย์คนอื่นๆ ไม่พอใจ จึงยื่นข้อเสนอให้อาจารย์ขับเจ้าหัวขโมยคนนั้นออกให้ได้ หาไม่พวกเขาจะพากันออกไปหมด

      เมื่ออ่านข้อเสนอ อาจารย์บันไกเรียกประชุมศิษย์ทั้งหมด กล่าวว่า "พวกเธอเป็นคนฉลาด รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก พวกเธอจะไปที่ไหนก็ไปเถิด แต่ศิษย์ผู้น่าสงสารคนนี้ ไม่รู้กระทั่งว่าอะไรผิดอะไรถูก ถ้าฉันไม่สอนเขา แล้วใครเล่าจะสอน ฉันจะต้องให้เขาอยู่ที่นี่แหละ แม้ว่าพวกเธอจะจากฉันไปทั้งหมดก็ตาม" น้ำตาได้ไหลอาบแก้มเจ้าศิษย์ขี้ขโมย เขาตัดสินใจเลิกขโมยแต่นั้นมา

วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2553

นกยูงรําแพน...



วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553

คำสอนของคุณตาที่สั่งสอนหลานๆ(ตะเกียง)...

คุณตามีความรักให้กับหลานๆ จนวินาทีสุดท้าย หลานคนที่คิดได้คงประเสริฐ 
ส่วนหลานคนที่คิดไม่ได้ในคำสอนของตาคงจะใช้ชีวิตอยูร่วมกับผู้อื่นได้ลำบาก
"อย่ามองมุมของเรามุมเดียวแล้วตัดสินเพราะคนเรามันต่างความคิดต่างมุมมอง"


     นานมาแล้วมีตาแก่ผู้น่าสงสารอยู่คนนึงเมียและลูกแกเสียชีวิตไปนานแล้ว แต่แกก็ยังต้องมีภาระเลี้ยงหลานๆ อีกสี่คนที่ชอบเอาแต่ใจตัวเอง วันๆ ไม่ทำ ไม่ช่วยอะไรเลย ดีแต่ทะเลาะกันทุกวัน ว่าคนนั้นผิด คนนี้ผิด ที่ไม่ทำอย่างนั้น ไม่ทำอย่างงี้..

จนมาวันนึงตาแก่ป่วยหนักกำลังจะตายก็ยังอดห่วงหลานไม่ได้ เพราะแกกลัวว่าหลานที่เอาแต่ใจตัวเอง
จะอยู่ในสังคมในโลกที่มีแต่คำว่า "กูเก่ง" ไม่ได้

     ก่อนตายแกจึงเรียกหลานทั้งสี่มานั่งล้อมวงที่โต๊ะสี่เหลี่ยมแล้วให้หลานเอาผ้าผูกปิดตาไว้ทั้งสี่คน หลังจากนั้นแกก็ไปหยิบตะเกียงทรงสี่เหลี่ยมมาหนึ่งอันซึ่งแต่ละด้านมีสีต่างกันมาตั้งไว้กลางโต๊ะที่เด็กทั้งสี่นั่งล้อมอยู่แล้วให้หลานทั้งสี่ เปิดผ้าผูกตาออกพร้อมกัน จากนั้นตาแก่ก็ถามหลานทั้งสี่คนว่า 
"เห็นตะเกียงสีอะไร" 
 
หลานคนแรกบอกเห็น "สีแดง"
คนที่สองบอกเห็น "สีเหลือง"
คนที่สามบอกเห็น "สีเขียว"
คนที่สี่บอกเห็น "สีน้ำเงิน"
แล้วทั้งสี่ก็เริ่มทะเลาะกันอีกว่าสีที่ตัวเองเห็นนั้นถูกต้อง จนตาแก่บอกว่าไม่มีใครผิด ใครถูกหรอกหลานเอ๋ย
"เพราะตะเกียงมันมีสี่ด้าน" 
ถ้าใครอยากรู้ว่า ทำไมคนอื่นถึงเห็นสีไม่เหมือนเรา 
"เราก็ต้องเดินไปดูในมุมของเค้าเราก็จะเข้าใจว่าทำไมเค้าถึงบอกว่าเค้าเห็นสีนั้น อย่ามองมุมของเรามุมเดียวแล้วตัดสินเพราะคนเรามันต่างความคิดต่างมุมมอง" พอตาแก่พูดจบ แสงในตะเกียงก็ดับลงพร้อมกับชีวิตของแก..

วันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2553

หนูอยากขอชื้อเวลาจากพ่อสัก 1 ชั่วโมง ได้ไหมฮะ...

 สำหรับคนอ่านที่มีคุณพ่อให้เฝ้ารอค่อยครับ..
พ่อ แม่ บางคนอาจจะไม่มีเวลาให้กับลูกๆ ในครอบครัว เพราะยุ่งแต่กับงาน
งานก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ลูกๆ ในครอบครัวก็เป็นส่วนเสี้ยวของชีวิตโดยแท้
"คนที่มีพ่อ ขอให้รักคุณพ่อและบอกรักท่าน ในขณะที่คุณยังมีโอกาสนะครับ อย่ารอให้ถึงวันที่ท่านสิ้นลมหายใจ"



     ชายหนุ่มเลิกงานและกลับเข้าบ้านช้า ด้วยความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าและพบว่าลูกชายวัย 5 ขวบรอคุณพ่ออยู่ที่หน้าประตู
ลูก: “พ่อครับ พ่อผมมีคำถามถามพ่อข้อนึง”
พ่อ: “ว่ามาสิลูก,อะไรเหรอ”
ลูก: “พ่อทำงานได้เงินชั่วโมงละเท่าไหร่”
พ่อ: “ไม่ใช่โกงการอะไรของลูกนี่ ทำไมถามอย่างนี้ล่ะ” พ่อตอบด้วยความโมโห
ลูก: “ผมอยากรู้จริง ๆ โปรดบอกผมเถอะ พ่อทำงานได้เงินชั่วโมงละเท่าไหร่” ลูกพูดร้องขอ
พ่อ: “ถ้าจำเป็นจะต้องรู้ละก็ พ่อได้ชั่วโมงละ 20 เหรียญ”
ลูก: “โอ!!..” ลูกอุทานแล้วคอตก พูดกับพ่ออีกครั้ง
ลูก: “พ่อครับ ผมอยากขอยืมเงิน 10เหรียญ”
 
      พ่อกล่าวด้วยอารมณ์
พ่อ: “นี่เป็นเหตุผลที่แกถาม เพื่อจะขอเงิน แล้วไปซื้อของเล่นโง่ๆ หรืออะไรที่ไม่เข้าท่าหรอกเหรอ รีบขึ้นไปนอนเลยนะ แล้วลองคิดดูว่าแกน่ะ เห็นแก่ตัวมาก ฉันทำงานหนักหลาย ๆ ชั่วโมงทุกวันและไม่มีเวลาสำหรับเรื่องเด็กๆ ไร้สาระอย่างนี้หรอก”
 
      เด็กน้อยเงียบลงเดินไปที่ห้องแล้วปิดประตู ชายหนุ่มนั่งลงและยังโกรธอยู่กับคำถามของลูกชาย เค้ากล้าที่จะถามคำถามนั้น เพื่อจะขอเงินได้อย่างไร 
 
      หลังจากนั้นเกือบชั่วโมงอารมณ์ชายหนุ่มก็เริ่มสงบลงและเริ่มคิดถึงสิ่งที่ทำลงไปกับลูกชายตัวน้อยบางทีเขาอาจจำเป็นต้องใช้เงิน 10 เหรียญนั้นจริงๆ และลูกก็ไม่ได้ขอเงินเขาบ่อยนัก ชายหนุ่มจึงเดินขึ้นไปบนห้องแล้วเปิดประตู
พ่อ: “หลับหรือยังลูก”
ลูก: “ยังครับ”
พ่อ: “พ่อมาคิดดู เมื่อกี้พ่ออาจทำรุนแรงกับลูกเกินไป นานแล้วนะที่พ่อไม่ได้คลุกคลีกับลูก , เอ้า นี่เงิน 10 เหรียญที่ลูกขอ”
 เด็กน้อยลุกขึ้นนั่ง
ลูก: “ขอบคุณครับพ่อ”
ว่าแล้วก็ล้วงลงไปใต้หมอนหยิบเงินจำนวนหนึ่งออกมา แล้วนับช้าๆ ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็โกรธขึ้นอีกครั้ง
พ่อ: “ก็มีเงินแล้วนี่ แล้วมาขออีกทำไม”
ลูก: “เพราะผมมีไม่พอครับ แต่ตอนนี้ผมมีครบแล้ว พ่อครับตอนนี้ผมมีเงินครบ 20 เหรียญแล้ว ผมขอซื้อเวลาพ่อชั่วโมงนึง พรุ่งนี้พ่อกลับบ้านเร็ว ๆ นะครับ ผมอยากกินข้าวเย็นกับพ่อ” 
 
 
Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.