วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ชีวประวัติ My idol ของผม (อุดม แต้พานิช)....โดยครูป้อม


อุดม แต้พานิช หรือ โน้ส
          เกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2511 ที่จังหวัดชลบุรี เป็นบุตรของนางทองสุข อารีล้นกับ นายสมจิตร์ แต้พานิช มีพี่น้อง 3 คน เป็นคนกลาง เคยศึกษาที่แผนกวิชาพาณิชยศิลป์ วิทยาลัยเพาะช่าง แต่ไม่สำเร็จการศึกษา
ประวัติการ ทำงาน
             อุดมเริ่มงานแรกเป็นคนเขียนการ์ตูนที่ชัยพฤกษ์ ทำได้สองเดือนก็ลาออกด้วยเหตุผลที่มันไม่ตรงกับใจเท่าไร เมื่อได้อ่าน ไปยาล ใหญ่ ฉบับแรกบนแผงรู้สึกถูกใจในบุคลิกของหนังสือ อยากร่วมงานด้วย ครั้งแรกไปสมัคร TRY OUT เป็นนักแสดงละครของศิษย์สะดือ ด้วยลูกตื้อและบุคลิกที่ไม่เหมือนใคร จึงได้ร่วมงานกับศิษย์สะดือสมใจ ความ รักของมาลัยในห้องไอซียู เป็นละครเรื่องแรกที่เล่น ได้รับบทเป็นคนแก่ในโรงพยาบาล จบจากละครก็ก้าวเข้าสู่ถนนหนังสือ ในตำแหน่งฝ่ายศิลปของไปยาลใหญ่
ที่ไปยาลใหญ่ถือเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต สังคมในไปยาลใหญ่ล้วนเป็นนักอ่านตัวยงด้วยกันทั้งนั้น อุดมได้รับอิทธิพลนี้มาและได้มาค้นพบโลกของตัวเองอีกโลกหนึ่งที่นี่ คือโลกของการอ่าน แล้วยังค้นพบความสามารถในการเขียนหนังสือ เมื่ออุดมอ่านหนังสือมากๆ จึงเกิดแรงใจอยากเขียนหนังสือให้คนอื่นอ่านบ้าง ครั้ง หนึ่งในชีวิตกับแตงโมปั่น งานเขียนเรื่องแรกแจ้งเกิดในสนามไปยาลใหญ่นั่นเอง มี ศุ บุญเลี้ยงเป็นบรรณาธิการ หลังจากงานได้ตีพิมพ์ อุดม เริ่มรับผิดชอบคอลัมน์ต่างๆ ในไปยาลใหญ่ โดยใช้นามปากกาว่า "โน้ตหน้ามึน หลานเจ๊นี้ขายผลไม้" ควบคู่ตำแหน่งฝ่ายศิลปของหนังสือ ใครที่เป็นแฟนไปยาลใหญ่คงคุ้นเคยและติดอกติดใจกับเกมส์กวนๆ ในคอลัมน์สารภีมีดีให้อุดมเป็นสารภีในช่วงท้ายของหนังสือก่อนที่ไปยาลใหญ่จะปิดตัวเองลง
อุดมพาความสามารถเข้าสู่เส้นทางสายบันเทิงโดยเริ่มจากเป็นตัวประกอบในรายการวิก 07 ของ เจเอสแอล และเล่นเกมส์รายการจุดเดือด ทางผู้ใหญ่ในเจเอสแอลประทับใจลีลาจึงชักชวนมาร่วมงานด้วยในรายการ ยุทธการขยับเหงือก ซึ่งเป็นรายการ Comedian Show ที่มีความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของช่อง 5 ในยุคนั้น จึงทำให้อุดมได้แจ้งเกิดในวงการบันเทิงอย่าง เต็มตัวในชื่อ เสนาฯ โน้ต และต่อมาในยุคอดีตนั้นเคยแสดงเป็นตัวปริศนาในภาพ VTR กับคุณศุภกร อุดมชัย หรือ "หมี ปลื้ม" ที่ใช้ชื่อว่า "ปริศนา อ้วน-ผอม" ในรายการชิงร้อยชิงล้าน ของบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ 17 มกราคม 2533 - 29 มกราคม 2535 ทางช่อง 7 หลังจากความสำเร็จในครั้งแรก อุดม แต้พานิช ได้ตัดสินใจแยกตัวออกมาจากรายการยุทธการขยับเหงือก และได้สร้างปรากฏการณ์ขึ้นในเมืองไทย นั่นก็คือ การพูดตลกคนเดียวบนเวที ทำให้คนไทย ได้รู้จักคำว่า Stand Up Comedy หรือ ในชื่อไทย เดี่ยวไมโครโฟน เป็นครั้งแรก และเป็นซูปเปอร์สตาร์ ของเมืองไทย
การแสดงเดี่ยวไมโครโฟน
  • ครั้งที่ 1 (เดี่ยวไมโครโฟน) 2538 เปิดการแสดงทั้งหมด 3 รอบ ทำการแสดงที่ หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต อาคารเมืองไทย-ภัทร คอมเพล็กซ์ ความจุ 450 ที่นั่ง
  • ครั้งที่ 2 (อุดม โชว์ห่วย) 2539 เปิดการแสดงทั้งหมด 14 รอบ ทำการแสดงที่ หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต ความจุ 450 ที่นั่ง
  • ครั้งที่ 3 (อุดม การช่าง) 2540 เปิดการแสดงทั้งหมด 22 รอบ ทำการแสดงที่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว
  • ครั้งที่ 4 (เดี่ยว 4) 2542 เปิดการแสดงทั้งหมด 28 รอบ ทำการแสดงที่ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ
  • ครั้งที่ 5 (ฉายเดี่ยว) 2545 เปิดการแสดงทั้งหมด 30 รอบ ทำการแสดงที่ โรงภาพยนตร์สกาล่า ความจุ 1,000 ที่นั่ง
  • ครั้งที่ 6 (ตูดหมึก) 2546 เปิดการแสดงทั้งหมด 43 รอบ ทำการแสดงที่ โรงภาพยนตร์สกาล่า ความจุ 1,000 ที่นั่ง
  • ครั้งที่ 7 (เดี่ยว 7) 2551 เปิดการแสดงทั้งหมด 41 รอบ (ไทย 39 รอบ,ซิดนีย์ 2 รอบ) ทำการแสดงที่ โรงภาพยนตร์สกาล่า ความจุ 1,000 ที่นั่ง
  • ครั้งที่ 7.5 (เชียงใหม่ม่วนขนาด) 19-20 กรกฎาคม 2551 เปิดการแสดงทั้งหมด 3 รอบ ทำการแสดงที่ กาดสวนแก้ว เชียงใหม่ ความจุ 2,000 ที่นั่ง
  • ครั้งที่ 8 (เดี่ยว 8) 4-16 กุมภาพันธ์ 2553 เปิดการแสดงทั้งหมด 13 รอบ ทำการแสดงที่ รอยัลพารากอนฮอลล์ สยามพารากอน ความจุ 3,108 ที่นั่ง
งานเขียน
ทางด้านงานเขียนหนังสือ อุดม แต้พานิช เป็นคนหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นนักเขียนขายดี (Best Seller) ปัจจุบันนี้หนังสือของ อุดม แต้พานิช มีถึง 20 เล่ม ได้แก่
1.               โทษฐานที่รู้จักกัน (พิมพ์ซ้ำ 33 ครั้ง)
2.               เดี่ยวไมโครโฟน 1 (พิมพ์ซ้ำ 11 ครั้ง)
3.               หนังสือโป๊ (พิมพ์ซ้ำ 28 ครั้ง)
4.               เดี่ยวไมโครโฟนโชว์ห่วย (พิมพ์ซ้ำ 12 ครั้ง)
5.               โน้ตบุ๊ค (พิมพ์ซ้ำ 7 ครั้ง)
6.               รวมมิตรแต้พานิช (พิมพ์ซ้ำ 21 ครั้ง)
7.               ก้นกล่อง (พิมพ์ซ้ำ 5 ครั้ง)
8.               เดี่ยว 4 (พิมพ์ซ้ำ 12 ครั้ง)
9.               GU 1 (Garbage of Udom) (พิมพ์ซ้ำ 5 ครั้ง)
10.         GU 2 (Garbage of Udom) (พิมพ์ซ้ำ 5 ครั้ง)
11.         GU 3 (Garbage of Udom) (พิมพ์ซ้ำ 5 ครั้ง)
12.         GU 123 (Garbage of Udom) (พิมพ์ซ้ำ 10 ครั้ง)
13.         ฉายเดี่ยว (พิมพ์ซ้ำ 3 ครั้ง)
14.         หนังสือโป๊xxx (「エロ本」ฉบับญี่ปุ่น) ISBN 9742725543 (พิมพ์ซ้ำ 3 ครั้ง)
15.         I don’t know (พิมพ์ซ้ำ 1 ครั้ง)
16.         a dom นิตยสารแนวล้อเลียนเล่มแรกของเมืองไทย (พิมพ์ซ้ำ 3 ครั้ง)
17.         ตูดหมึก (พิมพ์ซ้ำ 3 ครั้ง)
18.         GU 123 (ฉบับญี่ปุ่น) ISBN 9749340043 (พิมพ์ซ้ำ 3 ครั้ง)
19.         a dom 2 (พิมพ์ซ้ำ 8 ครั้ง)
20.         Domcumentary ในอีกมุมมองหนึ่งของชีวิตที่หลายคนอาจยังไม่รู้ อุดม ในฐานะของนักวาด และการประดิษฐ์สิ่งของที่คนอื่นอาจมองว่าเป็นขยะแต่กลับเป็นเรื่องท้าทายของ เขาที่จะชุบขยะเหล่านั้นให้มีชีวิตจนเกิดเป็นผลงานศิลปะอันสวยงาม หนังสือเล่มนี้จึงรวบรวมผลงานหลากหลายของอุดมที่ชีวิตไม่ได้มีแต่ตลกด้าน เดียว
นอกจากจะเป็นนักแสดงตลก และนักเขียนแล้ว อุดม แต้พานิช ยังมีผลงานทาง การแสดงภาพยนตร์เรื่อง กล่อง โดยรับบทเป็นพระเอกซึ่งได้รับค่าตัวแพงที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นพรีเซ็นเตอร์ถ่ายโฆษณาผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ HELLO 1800 และวิทยุติดตามตัวEDDY AND THE GANG ผลงานต่างๆ ที่อุดมได้สร้างสรรค์ออกมานั้น ทำให้สื่อมวลชน หลายแขนงได้ยกย่อง อุดม แต้พานิช ถือเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งที่มีส่วนในการสร้างสรรค์สังคม
ผลงานนิทรรศการ
  • ART? - 2541 จัดที่ ร้านหน้าพระลาน กรุงเทพฯ
  • ยาระบาย - 2542 จัดที่ อะเบาท์ คาเฟ่ กรุงเทพฯ
  • Udom on Canvas - 2543 จัดที่ รูม เซอร์วิส กรุงเทพฯ
  • Voodoo Gudo - 2544 จัดที่ โต๊ะคิม กรุงเทพฯ
  • The Painting I Like - 2545 กองดี แกลเลอรี่ เชียงใหม่
  • Art Against War - 2546 จัดที่ อุโมงค์ ศิลปะธรรม เชียงใหม่
  • Free-dom - 2547 จัดที่ เอกาแกลเลอรี่ เชียงใหม่
  • Yokohama Triennale 2005 - 2548 จัดที่ ท่าเรือยามาชิตะ โยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น
  • Domcumentary - 2549 จัดที่ เจ แกลเลอรี่ เจ-อเวนิว สุขุมวิท 55 (ทองหล่อ 15) กรุงเทพฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-31 กรกฎาคม พ.ศ. 2549
  • PLAT FORM new media lab - ผลงานชื่อ Dark Conversation เป็นงานในรูปแบบอินเทอร์แอ็คทีฟ ซึ่งจัดทำร่วมกับ พรทวีศักดิ์ ริมสกุล จัดที่ หอศิลปวิทยนิทรรศน์ สถาบันวิทยบริการ (หอสมุดกลาง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน - 16 ธันวาคม 2549
  • Project Zero - จัดที่ ลานหน้า ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 - 14 มิถุนายน 2550
  • Myspace - FAT FESTIVEL#7 จัดที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2-3 เมืองทองธานี วันที่ 10-11 พฤศจิกายน 2550
  • CHANGE - 2551 จัดที่ศูนย์ศิลปะฮอฟอาร์ท (รัชดา 19) กรุงเทพฯ
  • No Wall : Art and Friendship - 2551 จัดที่โรงพิมพ์คุรุสภาเก่า กรุงเทพฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-30 สิงหาคม 2551
  • ขี้เหร่เนะ - 2551 จัดที่ เจ แกลลอรี่ เจ-อเวนิว สุขุมวิท 55 (ทองหล่อ 15) กรุงเทพฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
  • แร็พเปอร์ - 2551 จัดที่ แกลลอเรี่ยน เอ็น ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 พฤศจิกายน - 23 ธันวาคม พ.ศ. 2551
  • Supernormality - 2552 จัดที่ เจ แกลลอรี่ เจ-อเวนิว สุขุมวิท 55 (ทองหล่อ 15) กรุงเทพฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31กรกฎาคม - 13สิงหาคม พ.ศ. 2552
งานแสดงละครเวที
งานแสดงภาพยนตร์
มิวสิกวิดีโอ
งานโฆษณา
  • "โครงการหาร 2" ชุด "แหล่หาร 2" (ร้องเพลงประกอบโฆษณา) - 2539
  • บริการเพจเจอร์ Post Tel ชุด "Eddie & The Gang" - 2542
  • บริการสัญญาณโทรศัพท์ Tac - Telenor (DTAC ปัจจุบัน) - 2543

ขอขอบคุณ "พี่โน๊ต"
ครูป้อม คนล่าฝัน

อาบน้ำ .... โดยครูป้อม


 ผมไปอ่านเจอบทความหนึ่งน่าทึ่งมากครับ เรื่องการอาบน้ำในกิจวัตประจำวันเรานี้แหล่ะครับ ขาได้กล่าวถึงผลกระทบของแหล่งน้ำบนโลกเรานี้  ประมาณว่า...การอาบน้ำเป็นช่องทางระบายส่วนผสมของยาต่างๆ ไปตกอยู่ในสิ่งแวดล้อมน้ำเสียจากการอาบน้ำประจำวันเป็นตัวการใหญ่เลยทีเดียว...

น้ำเสียจากการอาบน้ำประจำวัน เป็นตัวการใหญ่ การอาบน้ำเป็นช่องทางระบาย ส่วนผสมของยาต่างๆ ไปตกอยู่ในสิ่งแวดล้อม...
น้ำเสียจากการอาบน้ำประจำวัน ถูกโทษว่าเป็นตัวการใหญ่ทำให้ น้ำประปาสกปรก เนื่องจากมีสารเคมี ของพวกเครื่องสำอางชนิดต่างๆ ปะปนอยู่เป็นอันมาก..

ก่อนหน้านั้น นักวิทยาศาสตร์เคยโทษน้ำทิ้งตามท่อระบายน้ำว่า เป็นตัวการพาสารเคมีในยา แชมพู เจลและเครื่องสำอางประทินผิวต่างๆ มาปนเปื้อน ไม่แต่เท่านั้น พวกเขายังเคยพบร่องรอย ส่วนผสมของยาเม็ดคุมกำเนิด ยาแก้ซึมเศร้า และยาอื่นๆอีกหลายขนานอีกด้วยเช่นกันครับ..
.
การศึกษาของสำนักคุ้มครองสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯหลังสุด เพิ่งมาได้วี่แววว่า น้ำเสียจากการอาบน้ำประจำวัน เป็นตัวการใหญ่ นัก วิทยาศาสตร์ไอลีน รูฮอย ผู้ร่วมเขียนรายงานเผยว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ระแคะระคายมานานแล้วว่า..การอาบน้ำเป็นช่องทางระบายส่วนผสมของยาต่าง ๆ  ไปตกอยู่ในสิ่งแวดล้อม...
.
แต่...เราเพิ่งจะจับได้ว่า การอาบน้ำและซักผ้า เป็นช่องทางใหญ่ ของการระบายไปอยู่กับสิ่งแวดล้อมเป็นครั้งแรก เส้นทางนี้ยังนับว่าสำคัญกับส่วนผสมในยาบางชนิด ซึ่งโดยมากใช้ทาภายนอกตั้งแต่พวกครีม น้ำยา เจล และขี้ผึ้ง.

ขอขอบคุณ "น้ำ"
ครูป้อม คนล่าฝัน

วันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

นิ้วก้อยของเราเอง ... โดยครูป้อม


ข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ นำไปปรับใช่กับชีวิตได้นะครับ
ขอขอบคุณ "นิ้วก้อย"
ครูป้อม คนล่าฝัน

ชีวประวัติ My idol ของผม (วินทร์ เลียววาริณ)....โดยครูป้อม

    หนังเขียนที่จุดประกายให้ผมอยากเป็นนักเขียน จากหนังสือ "รอยท้าเล็กๆ ของเราเอง"
  วินทร์ เลียววาริณ เกิดที่หาดใหญ่ สงขลา เมื่อปี พ.ศ. 2499 เข้าเรียนชั้นประถมปีที่ 1 เมื่ออายุเจ็ดขวบ ที่โรงเรียนวิริยเธียรวิทยา หาดใหญ่ ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมเล็กๆ ครั้นแปดขวบก็ยังเรียนซ้ำชั้น ป. 1 ด้วยครูประจำชั้นเห็นว่าจะทำให้ภูมิแน่นขึ้น!

 เรียนต่อชั้นประถมปีที่ 4 ที่โรงเรียนแสงทองวิทยา หาดใหญ่ ซึ่งเป็นโรงเรียนคาทอลิก จึงมีโอกาสเรียนทั้งศาสนาพุทธและคริสต์ เป็นช่วงเวลาที่อ่านหนังสือนิยายจนหมดห้องสมุด ชอบวิชาวาดเขียนเป็นพิเศษ

  เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้ไปต่อม.ศ. 4 ที่กรุงเทพฯ ณ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) รุ่นที่ 3 และเป็นรุ่นแรกที่เรียน ณ ที่ตั้งของโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ปัจจุบัน

สนใจงานศิลปะตั้งแต่เล็ก จึงเลือกเรียนสถาปัตยกรรมศาสตร์ จบปริญญาตรี สถ.บ. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วเดินทางไปทำงานที่สิงคโปร์ทันที ทำงานเป็นสถาปนิกที่สิงคโปร์ร่วมสี่ปีก็เดินทางไปทำงานและเรียนต่อที่ นิวยอร์ก อเมริกา เรียนหลายมหาวิทยาลัยโดยไม่เอาปริญญา จบแล้วกลับเมืองไทยมาทำงานในวงการโฆษณา และต่อมาเรียนต่อจนได้รับปริญญาโทด้านการตลาด จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

   เริ่มชีวิตคนโฆษณาด้วยตำแหน่งผู้กำกับศิลป์ และเปิดฉากการเขียนหนังสือควบคู่ไปด้วย
เรื่องสั้นเรื่องแรกที่ได้รับการตีพิมพ์คือ ไฟ

ผ่านสนามวรรณกรรมมาจนได้รับหลายรางวัล เช่น โลกีย-นิพพาน (2535) การหนีของราษโลกสามใบของราษฎร์ เอกเทศ (2538) และ ตุ๊กตา (2541) ได้รับรางวัลช่อการะเกดยอดนิยม ประจำปี 2535, 2538 และ 2541 ตามลำดับ เช็งเม้ง (2541) ได้รับรางวัลเรื่องสั้นดีเด่นจากสมาคมภาษาและหนังสือ ปี 2541 รางวัลซีไรต์สองสมัย (2540/2542) รางวัลศิลปาธร (2549)

ผลงานของ วินทร์ เลียววาริณ

  • อาเพศกำสรวล (รวมเรื่องสั้นแนวทดลอง 2537)
    รางวัลดีเด่นจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ ปี 2538
  • สมุดปกดำกับใบไม้สีแดง (รวมเรื่องสั้นแนวหักมุม 2537)
    รางวัลชมเชยจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ ปี 2538
  • ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน (นวนิยาย 2537)
    รางวัลดีเด่นจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ ปี 2538
    รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน(ซีไรต์) ปี 2540
    หนังสือดีสำหรับเด็กและเยาวชน (อายุ 16-18 ปี) พ.ศ. 2541-2542
  • เดือนช่วงดวงเด่นฟ้าดาดาว (รวมเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ 2538)
    หนึ่งใน 88 เล่มหนังสือดีวิทยาศาสตร์ของ สกว. ปี 2544
  • สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน (รวมเรื่องสั้น 2542)
    รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน(ซีไรต์) ปี 2542
    หนึ่งในหนังสือดี 100 เล่มที่เด็กและเยาวชนควรอ่าน จาก สกว.
  • หนึ่งวันเดียวกัน (รวมเรื่องสั้นประกอบภาพ 2544)
  • หลังอานบุรี (รวมเรื่องสั้นหัสคดี 2544)
  • ปีกแดง (นวนิยาย 2545)
    รางวัลดีเด่นจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ ปี 2546
  • ำ (หรรษารคดีโกหกผสมจริง 2546)
  • วันแรกของวันที่เหลือ (รวมเรื่องสั้นประกอบภาพ 2547)
  • ฆาตกรรมกลางทะเล (รวมเรื่องสั้นรหัสคดีชุด เสี่ยวนักสืบ 1 2547)
  • คดีผีนางตะเคียน (รวมเรื่องสั้นรหัสคดีชุด เสี่ยวนักสืบ 2 2547)
  • ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล (บทความวิทยาศาสตร์ 2548)
  • นิยายข้างจอ (เรื่องเล่าเกี่ยวกับหนังและหนังสือ 2548)
  • จรูญจรัสรัศมีพราว พร่างพร้อย (รวมเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ 2548)
  • รอยเท้าเล็กๆ ของเราเอง (บทความเสริมกำลังใจ 2548)
  • ผู้ชายคนที่ตามรักเธอทุกชาติ พิมพ์ครั้งที่ 85 (นวนิยาย 2549)
  • โลกด้านที่หันหลังให้ดวงอาทิตย์ (รวมเรื่องสั้นประกอบภาพ 2549)
  • โลกใบที่สองของโม (นวนิยายภาพรีไซเคิลงานของ จุก เบี้ยวสกุล 2549)
  • ฝนตกขึ้นฟ้า (นวนิยาย ฟิล์ม นัวร์ 2550)
  • น้ำแข็งยูนิตตราควายบิน (ปั้นน้ำเป็นตัว รวมเรื่องสั้น-วิธีเขียน 2546/2550)
  • ยาแก้สมองผูกตราควายบิน (คู่มือสร้างพล็อต 2550)
  • บางกะโพ้ง (นวนิยายวิทยาศาสตร์แบบไทยๆ 2550)
  • เบื้องบนยังมีแสงดาว (บทความเสริมกำลังใจ 2550)
  • ฆาตกรรมจักรราศี (นวนิยายรหัสคดีชุด เสี่ยวนักสืบ 3 2551)
  • เดินไปให้สุดฝัน (สารคดีเส้นทางศิลปะ วินทร์ เลียววาริณ 2551)
  • อาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก (บทความเสริมกำลังใจ 2551)
  • บุหงาปารี (นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ 2551)
  • บุหงาตานี (บุหงาปารี ภาค 2 /นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ 2552)
  • เส้นรอบวงของหนึ่งวัน (รวมเรื่องสั้นประกอบภาพ 2552)
  • มังกรเซน (สารคดีประวัติศาสตร์เซนและปรมาจารย์เซนคนสำคัญ 2552)
  • ยามดึกนึกหนาวหนาว เขนยแนบ แอบเอย (รวมเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ 2552)
  • วินทร์ เลียววาริณ คุยกับหนอน (รวมจดหมายคัดสรรจากห้อง 'คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ' www.winbookclub.com 2552)


ขอขอบคุณ "คุณอาวินทร์ เลียววาริณ"
ครูป้อม คนล่าฝัน

การพูด....โดยครูป้อม


การพูดที่ดีควรจะรอบคอบระมัดระวังมากในการพูดจนถึง การฝึกการพูดกับตนเองก่อนจะพูดกับผู้อื่น คำใดประโยคใดเรื่องใดที่จะพูดออกไปแม้ให้ผลเป็นความไม่ดีงามแก่ตนเอง เช่น พูดออกไปแล้วพ่ายแพ้ต่อคำพูดของผู้อื่นจะไม่พูดออกไป 
นั่นเป็นการพูดออกไป แล้วเสียกับผู้พูด ความเสียหายเช่นนั้นเมื่อไม่ร้ายแรงหนักหนาก็พอจะไม่ถือว่าผู้พูดประมาท แต่ถ้าเป็นความเสียหายที่ใหญ่ยิ่ง เช่นเป็นความเสียหายถึงส่วนรวม เช่นทำให้เกิดการแตกสามัคคี... 
เช่นนี้การพูดนั้นนับว่าเป็นการพูดที่ผู้พูดประมาทมากการก่อให้แตกความสามัคคีจะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ถือว่าผู้พูดเป็นผู้ตั้งอยู่ในความประมาท ก่อโทษให้เกิดแม้เริ่มต้นที่ส่วนน้อย แต่ย่อมขยายใหญ่โตออกไปได้ 
.
ผลเสียหายแม้เริ่มต้น เพียงเล็กน้อยเพียงในวงแคบ แต่ขยายใหญ่ต่อไปได้  ผลไม่ดีที่จะเกิดจาก ความแตกสามัคคีจะขยายใหญ่ถึงบ้านถึงเมืองได้แน่นอน 
.
...ความประมาทในการพูดจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก เป็นเรื่องใหญ่ได้ ใหญ่เพียงใดก็ได้..

 ขอขอบคุณ "ความรอบครอบ"
ครูป้อม คนล่าฝัน

คำคมบนภาพถ่าย ราชิต สุพร (2)....โดยครูป้อม

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ขำๆกัน..วันละนิด(26) ... โดยครูป้อม

...เรื่องมีอยู่ว่า..ต้นพาแฟนมานอนที่บ้านด้วยความที่ไม่ประสาในเรื่อง นี้จึงโทรปรึกษากับพี่แม็ก ผู้ช่ำชอง..


ต้น: ฮัลโหล พี่แม็ก ผมพาแฟนมานอนที่บ้าน แต่ผมทำไม่เป็นน่ะผมไม่รู้ว่าต้องเริ่มยังไง
 
พี่แม็ก: เอ็งนี้ไร้เดียงสาจิงๆให้ตาย เอาง่ายๆแกนอนข้างบนแล้วให้แฟนนอน ข้างล่าง แค่นี้ก็เรียบร้อย

จากนั้นต้นก็นอนบนเตียงแล้วปูเสื่อให้ แฟนมันนอนที่พื้นข้างเตียง เวลาผ่านไปนานไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงออกจากห้องมาเข้าห้องน้ำ แฟนต้นปิดประตูล็อกห้องด้วยความเซ็ง เจ้าต้นจึงเข้าห้องไม่ได้
จึงโทรปรึกษาพี่แม็กอีก
ต้น: ฮัลโหลพี่แม็ก ผมเข้าไม่ได้อ่ะพี่ทำไงดี
 
พี่แม็ก: เอ็ง ค่อยๆเอาหัวดันเข้าไปซิ ไอ้เซ่อ 

เจ้าต้นก็เอาหัวดันประตูอยู่นาน แต่ก็เข้าไม่ได้
ต้น: ฮัลโหลพี่แม็ก พยายามดันแล้ว เข้าไม่ได้อยู่ดีอ่ะพี่

 
พี่แม็ก: ถ้างั้นเอ็งค่อยๆกระแทก กระแทกเข้าไป


ต้นเอาหัวกระแทกประตูโป๊กๆ ......... หัวแตก!

ต้น: ฮัลโหลพี่แม็ก เลือดออกแล้ว
 
พี่แม็ก: เฮ้ย!!!!!ต้น ต้น ....... พี่ดีใจด้วยโว๊ย .......


แฟนเอ็งยังบริสุทธิเว้ย!!!!

ขอขอบคุณ "แฟนต้น"
ครูป้อม คนล่าฝัน

ชีวประวัติ My idol ของผม(ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์)....โดยครูป้อม

     
   ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์ นักวิชาการและที่ปรึกษาของฝ่ายสื่อสิ่งพิมพ์และมัลติมีเดีย สำนักงานพัฒนาวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยี
ดร. นำชัย จบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนมณีวิทยา
มัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนทวีธาภิเศก
มัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
ปริญญาตรีชีววิทยา สาขาสัตววิทยา จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 ปริญญาโทชีวเคมี จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
และปริญญาเอกด้าน Molecular Genetics จาก Kumamoto University ประเทศญี่ปุ่น

ทุนการศึกษาหรือรางวัลที่เคยได้รับ

  • ทุนพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ระดับปริญญาตรี เพื่อศึกษา ณ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี พ.ศ. 2529-2532
  • รางวัลผลการเรียนดีเด่น สาขาชีววิทยา สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2532
  • รางวัลผลการเรียนดีเด่นสาขาชีววิทยา จากมูลนิธิศาสตราจารย์ ดร.แถบ นีละนิธิ พ.ศ. 2532
  • ทุนพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ระดับปริญญาโท เพื่อศึกษา ณ ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2533-2535
  • ทุนมอนบูโช จากกระทรวงการศึกษา, กีฬาและวัฒนธรรม, ประเทศญี่ปุ่น เพื่อศึกษาระดับปริญญาเอก ณ ภาควิชาอณูพันธุศาสตร์ วิทยาลัยแพทย์ มหาวิทยาลัยคุมะโมะโตะ เมืองคุมะโมะโตะ ประเทศญี่ปุ่น พ.ศ. 2538-2541

เมื่อจบการศึกษาแล้ว ทำงานเป็นนักวิจัยอยู่หน่วยพันธุวิศวกรรมจุลินทรีย์ (Microbial Genetic Engineering Unit) ซึ่งเป็นหน่วยวิจัยในความร่วมมือของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ กับ ศ.ดร.สกล พันธุ์ยิ้ม ผู้อำนวยการสถาบันอณูชีววิทยาและพันธุศาสตร์ ม.มหิดล ในขณะนั้น ปัจจุบันนี้ ห้องปฏิบัติการนี้ย้ายมาอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของหน่วยปฏิบัติการวิจัย กลาง ไบโอเทค

ปัจจุบัน ทำงานด้านข้อมูลและการเผยแพร่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเทคโนโลยีชีวภาพ มีงานเขียนลงเป็นระยะๆ ในนิตยสารอัปเดต และ Science World

หนังสือ

ที่เขียน/ร่วมเขียน, แปล หรือร่วมเรียบเรียง/จัดทำ รวม 15 เล่ม (ในจำนวนนี้เป็นพจนานุกรม 1 เล่ม และสารานุกรม 1 เล่ม) ประกอบด้วย
  • สู่ชีวิตอมตะ (เทคโนโลยีชีวภาพและการแพทย์ศตวรรษที่ 21) , 2545, บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)
  • ดีเอ็นเอ ปริศนาลับรหัสชีวิต (ผู้เขียนร่วมกับ ดร.สุดสงวน ชูสกุลธนะชัย, ดร.ชัยรัตน์ อุทัยพิบูลย์ และดร.นเรศ ดำรงชัย) , พิมพ์ครั้งที่ 1-เม.ย. 2546, ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ; พิมพ์ครั้งที่ 2 มี.ค.2551, สำนักพิมพ์ ไทยวัฒนาพานิช จำกัด
  • จากอณูถึงอนันต์ วิทยาศาสตร์ต้องรู้ (ผู้แปลร่วมกับ ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ และ ดร. นเรศ ดำรงชัย) , 2548, สำนักพิมพ์สารคดี
  • วิทยาศาสตร์ในสตาร์วอร์ส, 2548 , สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.).
  • “ไข้หวัดนก” โรคอุบัติใหม่บนโลกใบเก่า (ผู้เขียนร่วมกับ คุณกรุณา ปีติวิวัฒน์) , 2548, ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)
  • พจนานุกรมเทคโนโลยีชีวภาพ ภาษาอังกฤษ-ไทย (ร่วมจัดทำ) , 2549, สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย
  • มหัศจรรย์ดีเอ็นเอ, 2549, สำนักพิมพ์สารคดี
  • BIOTECHNOLOGY เทคโนโลยีสำหรับโลกยุคใหม่ (ผู้เขียนร่วม) , 2550, สำนักพิมพ์ฐานบุ๊คส์
  • สเต็มเซลล์, มี.ค. 2551, สำนักพิมพ์สารคดี
  • โคลนนิ่งไดโนเสาร์ ฤๅฝันจะเป็นจริง, มี.ค. 2551, สำนักพิมพ์ฐานบุ๊คส์
  • ทางรอดประเทศไทย (ผู้เขียนร่วม) , มิ.ย. 2551, สำนักพิมพ์ฐานบุ๊คส์ (ดัดแปลงจากเอกสารสรุปการประชุมสมัชชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนา ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2550 เรื่อง "ประเด็นอุบัติใหม่ที่ต้องใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี")
  • โรคอุบัติใหม่ (ผู้เขียนร่วมกับ นสพ.ดร.เอกชัย เจนวิถีสุข, สพญ.อโนรัตร เจนวิถีสุข, ผศ.นสพ.ดร.ประวิทย์ บุตรอุดม) , ส.ค. 2551, สำนักพิมพ์ฐานบุ๊คส์
  • สารานุกรมบริแทนนิกา ภาคภาษาไทย (ผู้แปลร่วม) , ก.ย. 2551, บริษัท มีเดียเอกซเพอร์ทีส อินเตอร์เนชั่นแนล
  • ผ่าพันธุศาสตร์ (แปลจาก Introducing Genetics), มี.ค.2553, สนพ.มูลนิธิเด็ก
  • กรรม-บัง-กฎ แปลกจริงวิทยาศาสตร์, มี.ค.2553, สนพ.สารคดี
นอกจากนี้ ยังสนใจในการปาฐกถา อบรมให้ความรู้ และการเป็นนักสื่อสารวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างมหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานในมหาวิทยาลัย ที่เคยเป็นอาจารย์พิเศษ หรือกรรมการสอบวิทยานิพนธ์นักศึกษา หรือวิทยากรพิเศษ
  • สถาบันอณูชีววิทยาวิทยาและพันธุศาสตร์ ม.มหิดล (พ.ศ. 2542-2546) - อาจารย์พิเศษ และกรรมการสอบวิทยานิพนธ์
  • คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ (พ.ศ. 2543, 2546, 2547 และ 2551) - วิทยากร; 2547- Course 2300894 Doctoral Dissertation Seminar
  • คณะสหเวชศาสตร์ ม.นเรศวร (พ.ศ. 2543-2547) - อาจารย์พิเศษ
  • สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร ม.วลัยลักษณ์ (พ.ศ. 2544) - อาจารย์พิเศษ
  • คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล (พ.ศ. 2545-2547) - อาจารย์พิเศษ และกรรมการสอบวิทยานิพนธ์
  • สถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (พ.ศ. 2547) - วิทยากร (สัมมนาวิชาการพันธุศาสตร์ "ดีเอ็นเอ ปริศนาลับรหัสชีวิต" 20 ม.ค. 2547)
  • คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ม.ศิลปากร (พ.ศ. 2547) - อาจารย์พิเศษ
  • คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี (2548) - วิทยากร (หัวข้อ "วิทยาศาสตร์ก้าวไกล ท้องถิ่นไทยก้าวหน้า" ในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ในโรงเรียน ครั้งที่ 15 (วทร.15) 26-29 ม.ค. 2548
  • ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล (2549) - วิทยากร (หัวข้อ "จับผิดข่าววิทย์ลวงโลก" ในงานมหิดล-พญาไท บุ๊คแฟร์ ครั้งที่ 2 วันที่ 10 ก.พ. 2549 ที่คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล
ตัวอย่างสถาบันการศึกษาอื่น นอกเหนือจากมหาวิทยาลัย ที่เคยเป็นอาจารย์พิเศษ หรือวิทยากรพิเศษ
  • โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (พ.ศ. 2547) - อาจารย์พิเศษ
  • โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา (พ.ศ. 2547) - วิทยากร (5 ก.พ. 2547)
ตัวอย่างองค์กรหรือหน่วยงานภาครัฐ นอกเหนือจากสถาบันการศึกษา ที่เคยเป็นวิทยากรพิเศษ
  • องค์กรพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (พ.ศ. 2546) - วิทยากร
  • สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) (พ.ศ. 2546, 2548, 2551) - วิทยากร; 2548- ค่ายวิทยาศาสตร์โครงการ พสวท. ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2547 ระหว่าง 3-9 เม.ย. 2548 ณ สสวท.
  • คณะกรรมจัดงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2547 (15-23 ต.ค. 2547 อิมแพ็ค เมืองทองธานี) - วิทยากรในส่วนของวิทยาศาสตร์กับภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ Sci-Cinema เรื่อง "ปักษาวายุ" 22 ต.ค. 2547
  • โครงการ พสวท. (2548) - วิทยากร งานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (เสวนา "นักวิทยาศาสตร์กับเหตุการณ์โลกปัจจุบัน" 10 มี.ค. 2548 ศูนย์ฯ ไบเทค บางนา)
  • องค์การบริหาร องค์การนิสิต ม.เกษตรศาสตร์ ร่วมกับ ภาควิชาพันธุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ (2548) - วิทยากร (หัวข้อ "ผลกระทบต่อสังคมไทย และทางเลือกกรณี GMOs" ในการสัมมนาวิชาการ GMOs นวัตกรรมประดิษฐ์เส้นขีดอนาคตประเทศไทย วันที่ 10 มีนาคม 2548 ที่ ม.เกษตรศาสตร์
  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (2548) - วิทยากร (หัวข้อ "ประเทศไทยกับอนุสัญญาห้ามอาวุธชีวภาพ" ในการประชุมหารือสร้างความร่วมมือการป้องกันการก่อการร้ายกับตัวแทนจาก ประเทศสหรัฐฯ 1 ส.ค. 2548
  • โครงการชีวจริยธรรมกับสังคม (2548) - วิทยากร (เสวนา "เจาะลึกประเด็นชีวจริยธรรมในเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์" ในการฝึกอบรมเข้มข้นการเขียนบทความ เรื่องสั้น และการ์ตูนวิทยาศาสตร์ 29 เม.ย. 2548
  • ศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STKC) (2549) - วิทยากร (หัวข้อ "สร้างศักยภาพวิทยาศาสตร์จากฐานความรู้" ในการสัมมนา Science Inspires 28 ก.พ. 2549

ตัวอย่างองค์กรหรือหน่วยงานภาคเอกชน ที่เคยเป็นวิทยากรพิเศษ
  • ชมรมนักเขียนและผู้จัดทำหนังสือวิทยาศาสตร์ (นจวท.)
* 2547 - วิทยากร การเสวนา "คลื่นลูกที่ 4 วิทยาศาตร์และเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21" ณ โรงแรมสยามซิตี้ กรุงเทพฯ (18 ก.พ. 2547)
* 2549 - วิทยากร การอบรมเชิงปฏิบัติการ "การเขียนเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์" ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ (10 ต.ค. 2549)
  • บริษัท Laureal ประเทศไทย (2548) - วิทยากร (หัวข้อ "ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ DNA" 15 ก.พ. 2548 ที่อุทยานวิทยาศาสตร์)
  • บริษัท Pattaya Food Industries Ltd. (หัวข้อ "ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ GMOs") , 11 ก.ค. 2548
  • ชมรมนักเขียนและผู้จัดทำหนังสือวิทยาศาสตร์ (นจวท.) ร่วมกับ มูลนิธิดำรง ลัทธพิพัฒน์ และสำนักพิมพ์สารคดี (2548) - วิทยากร (เสวนา "หนังสือวิทยาศาสตร์แนวไหนที่คนไทยควรอ่าน" 1 เม.ย. 2548 ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปี 2548)
  • สมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย (2548) - วิทยากร (หัวข้อ "เจาะลึก GMOs" ในการประชุมวิชาการประจำปีทางเทคนิคการแพทย์ ครั้งที่ 29)
  • มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) (2548) - วิทยากร (หัวข้อ "การได้มาซึ่งตัวอ่อนมนุษย์สำรหับการวิจัย: สถานการณ์โลก" ในการประชุมระดับชาติว่าด้วยชีวจริยธรรม ครั้งที่ 2 ปี 2548

ตัวอย่างคอร์สนานาชาติที่เคยสอน
  • Interregional Training Course on Molecular Biology Techniques and Radionuclide Tracers in the Control of Infectious Diseases, 13 November - 1 December, 2000
  • The Thai University Consortium (CU, MU, KMUTT, KU, MU and BIOTEC) ร่วมกับ UNESCO (พ.ศ. 2547-2548) - Lecturer (หลักสูตร The UNESCO-Postgraudate Inter-University Course in Biotechnology, สอนวันที่ 18 ต.ค. 2547 และ 18 ต.ค. 2548 หัวข้อ Molecular Genetics และ Recombinant DNA Method)
ตัวอย่างการประชุมระดับนานาชาติที่เคยเข้าร่วม
  • Biological Weapons Convention Regional Workshop, Hosted by Asia-Pacific Centre for Military Law, University of Melbourne, Australia, 21 - 25 February 2005
  • The 3rd Meeting of the Experts to the Convention on the Prohibition of the Development, Production and Stockpiling of Bacteriological (Biological) and Toxin Weapons and on Their Destruction, United Nations, Geneva, Switzerland, 13-24 June 2005

ตัวอย่างการประกวดที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสิน
  • โครงการประกวดภาพยนตร์แอนิเมชั่นขนาดสั้น 'ชีวจริยธรรม' (2549) ร่วมจัดโดยมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ, นิตยสารไบโอสโคป, โรงภาพยนตร์ อีจีวี, ฟลิป คาเฟ่ และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สวทช.

ตัวอย่างรายการโทรทัศน์ที่เคยร่วมรายการ
  • รายการ Know How and Know Why ของ Nation Channel (พ.ศ. 2547)
  • รายการ Mega Clever ตอนพิเศษ, Modern 9 อสมท. (พ.ศ. 2550)
  • รายการ ชาวกรุง, Nation Channel, 2 เม.ย. 2551
  • รายการ Brian Bank, Thai PBS (พ.ศ. 2551)
  • รายการ จุดเปลี่ยน, Modern 9 อสมท. (พ.ศ. 2551)

ตำแหน่งทางวิชาการอื่นๆ ที่เคยเป็นหรือเป็นอยู่
  • กรรมการวิชาการ การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 26 (พ.ศ. 2543)
  • กรรมการตัดสินโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ แคมป์สุกคิดกับชินคอร์ป (พ.ศ. 2545-2546)
  • กรรมการในคณะกรรมการคัดเลือกนักวิจัยโครงการศึกษาขั้วโลกใต้ (พ.ศ. 2546)
  • ภาคีสมาชิกมูลนิธิบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2546-ปัจจุบัน)
  • อนุกรรมการในคณะอนุกรรมการเพื่อความปลอดภัยทางชีวภาพด้านจุลินทรีย์ ในคณะกรรมการกลางด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ (พ.ศ. 2546-2548)
  • บรรณาธิการในกองบรรณาธิการนิตยสาร อัปเดต (UpDATE) (พ.ศ. 2546-ปัจจุบัน)
  • ผู้ทำงานในคณะทำงานค่ายวิทยาศาสตร์ถาวร ด้านวิชากร, สวทช. (พ.ศ. 2547)
  • อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ คณะอนุกรรมการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • กรรมการและเลขานุการ คณะทำงานอนุสัญญาห้ามอาวุธชีวภาพ

ขอขอบคุณ "ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์"
ครูป้อม คนล่าฝัน

ชีวประวัติ My idol ของผม (สมคิด ลวางกูร)....โดยครูป้อม

สมคิด 
ลวางกูร.png

เกิดที่กรุงเทพฯ โรงพยาบาลหญิง แต่ไปโตที่สุพรรณบุรีมีน้อง 2 คน พ่อตาย ฐานะทางบ้าน ยากจนมาก แม่ เป็นพนักงานโรงงานทอผ้า หาได้ ไม่พอให้ลูกกิน

ผมเลยต้องไปอยู่วัด อาศัยพระกิน ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ น้อง 2 คน ไปอยู่กับยายที่สุพรรณ วัดบ้านนอก อาหารการกิน ไม่สมบูรณ์ พระต้องฉันครึ่งท้อง เหลือไว้ให้เด็กวัด ครึ่งท้อง น้อยมื้อ น้อยวัน ที่ได้กินข้าวอิ่มครบ 3 มื้อ

เรื่องขนม นมเนย หรืออาหารรสชาติพิเศษไม่ต้องพูดถึง ไม่มีโอกาสตกถึงลำไส้มีสิทธิ์แค่ ยืนมองเขากิน แล้วทำท่า น้ำลายไหล บางครั้งทนอยากไม่ไหว เก็บลูกชิ้นที่เขาทำตกพื้นเอามือปัดเศษดินออก แล้วแอบกิน
สมคิด 
ลวางกูร2.png

ผมชอบยืนมองเครื่องบิน ไม่ใช่หมาเห็นเครื่องบินแต่เป็นเด็กวัดเห็นเครื่องบินใฝ่ฝัน อยากเป็นสจ๊วต อยากเป็นนักบินอยากทำงานบนเครื่องบิน อยากพูดภาษาอังกฤษได้อยากไปเที่ยวต่างประเทศ

สุดท้าย มานั่งคิดว่าถ้ายังขืนวิ่งเล่น สนุกสนานอย่างนี้ต่อไปอนาคตคงต้อง เลี้ยงควายแน่เลยตัดสินใจว่า จะบวชเณร แล้วเรียนทางธรรม

กำลังเตรียมตัวจะบวช พอดี เจ้าอาวาสอีกวัดหนึ่ง มาเจอเข้าถามว่า อยากเรียนต่อไหมที่วัดของท่าน เพิ่งเปิดชั้น ป.5 ปีนี้เป็นปีแรก นักเรียนมีน้อยผมบอกว่า ไม่มีตังค์ท่านบอกว่า จะส่งให้เรียนเองผมตอบแบบไม่ต้องคิด ไป

เป็นเด็กต่างถิ่น ข้ามถิ่นมาคนเดียวถูกเจ้าถิ่นรังแก พาพวกมาชกกันแทบทุกวันปากแตก หน้าตาบวมปูดแรก ๆ กลัว ชกบ่อย ๆ เข้า หายกลัวแรก ๆ เจ็บ ชกบ่อย ๆ เข้า กลายเป็นมันช่วงหลังรู้สึกสนุกที่ได้ชกหน้าคน

ช่วงนั้น ต้องรับจ้างเขาตักน้ำเลี้ยงหมูได้วันละ 50 สตางค์เป็นกระเป๋าสองแถว ช่วยขนของแบกของในวันเสาร์ – อาทิตย์ ได้วันละ 2 บาท

พอขึ้น ป.7ตัดสินใจ เป็นนักมวย ขึ้นชกมวย ได้ครั้งละ 20 บาทส่งเงินให้แม่ เพื่อส่งให้น้องเรียนชกมวยอยู่ 4 ปี ไม่บอกให้แม่รู้แม่สงสัยว่า ไปเอาเงินมาจากไหนบอกว่า รับจ้างเป็นกระเป๋ารถสองแถว

3 ปีหลัง ต้องไปเรียนในตัวอำเภอซ้อมมวยเสร็จ ไม่มีรถกลับต้องวิ่งกลับวัด วันละ 6 กิโล ทุกวัน

ซ้อมมวยเสร็จ 6 โมงครึ่ง กลับถึงวัดเกือบ 2 ทุ่มข้าวเพื่อนเก็บไว้ให้ บูด เน่า หมดแล้วต้องเอาไปล้างน้ำ เอายางเหนียว ๆ ออกสรงให้แห้ง เอาน้ำปลาราดแกง เลือกเฉพาะเนื้อ และผัก ล้างน้ำ เอามาคลุกข้าวกิน ด้วยความอร่อยบางวัน มีแต่ข้าว ไม่มีแกงต้องไปเก็บผักบุ้งในนา มาจิ้มน้ำปลากิน

ตอนลำบากสุด ๆ บอกกับเพื่อนว่า มึงจำคำพูดของกูไว้กูจะมีเงินล้านให้ได้ ก่อนอายุ 25 ปี เพื่อนหัวเราะ เยี่ยวแตกเยี่ยวแตนข้าว ยังไม่มีจะกิน ฝัน จะมีเงินล้าน เออ มึงจำคำพูดกูไว้ ก็แล้วกัน

ออกจากวัด เมื่ออายุ 17 ปี จบ มศ.3 รวมอยู่วัดทั้งสิ้น 15 ปีเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตั้งใจว่าจะไปสมัครเข้าค่ายมวย พรทวี ตอนนั้น วิชาญน้อย พรทวี กำลังดังมาก

แต่วันหนึ่ง ก่อนเข้ากรุงเทพฯ ไปชกมวยงานสงกรานต์ที่เวทีชั่วคราว ข้างบ้าน น้องชายมาเห็นเข้า ไปตามแม่มาดู แม่เอาไม้มาไล่ตีผมกำลังชกอยู่บนเวที ก็ชกด้วย วิ่งหนีไปด้วยแม่ตีผมไม่ได้ ก็ไล่ตีครูมวย พี่เลี้ยงพอลงจากเวที แม่ขอร้องให้เลิกชกแม่บอกว่า แม่เลี้ยงลูกของแม่มาถนอมเหมือนไข่ในหิน ยุงสักตัว แม่ก็ไม่ให้กัดนี่มาเห็นคนอื่น เขาชก เขาต่อย เห็นเขาทำร้ายลูกของแม่แล้วแม่ใจจะขาด แม่ทนดูไม่ได้ ขอร้องให้ผมเลิก

มวย เป็นกีฬาที่ผมรักที่สุดในชีวิตตั้งความ หวังว่า จะไปให้ถึง แชมป์โลกเป็นวิธีเดียว ที่จะทำให้คนจน รวยได้ โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนแต่ ผมกลัวแม่เสียใจ เลยเลิกชกมวยตั้งแต่วันนั้น

ไปสมัครงาน เป็นพนักงานเสิร์ฟ ตามสวนอาหารขอทำงานเฉพาะกลางคืน กลางวันจะเรียนไม่มีใครเขารับ ต้องขอว่า ไม่รับเงินเดือนขอกินอาหารฟรี และขอทิปที่แขกให้เท่านั้นพอ ถึงได้งานทำแล้วจึงไปสมัครเรียนหนังสือ

ต้องขยันสุด ๆ ถึงจะได้ทิปวันละ 25 – 30 บาทบางวันฟลุก ก็ได้ถึง 50 บาท 70 บาทค่าเช่าบ้าน ค่ารถ ค่ากิน ค่าเทอม ไม่พอต้องกลับไปวัด ไปของเงินหลวงพ่อ มาจ่ายค่าเทอมอีกไม่มีเงินส่งน้องเรียนช่วงที่ยากจนสุด ๆ เคยแย่งอาหารจากหมากิน

เปลี่ยนงาน ไปเสิร์ฟในอาบอบนวด ได้เงินมากกว่าเหมือนเดิม คือ ขอทำงานเฉพาะกลางคืน ไม่เอาเงินเดือนขยันเต็มที่ ได้ทิปวันละ 200 – 300 บาทศุกร์ – เสาร์ – อาทิตย์ ได้ 500 บาทได้เงินส่งให้แม่ เป็นกอบเป็นกำซ่อมแซมบ้านใหม่ สร้างห้องน้ำใหม่ซื้อของใช้จำเป็น ซื้อเสื้อผ้าให้น้อง ชีวิตเริ่มดีขึ้นดีได้ไม่นาน สังคมตรงนั้น มีแต่อบายมุขภูมิต้านทานจากการอยู่วัด 15 ปี ต้านทานอยู่ได้แค่ 2 ปี

หลังจากนั้นผมติดเหล้า ติดการพนัน เที่ยวกลางคืน ผู้หญิงเพียบคบเพื่อนนักเลง อยู่ในดงนักเลง กินเหล้าวันละกลม ทุกเย็นบ่าย 3 โมง ไม่ได้กินเหล้า มือสั่น ความเลวทุกชนิด ทดลองหมด

เช้าไปเรียน บ่ายซ้อมกีฬาเป็นนักกีฬาเซปักตะกร้อของโรงเรียน ได้รองแชมป์ กทม.เย็นทำงาน 5 ทุ่มเมา เที่ยวจนถึงตี 3นอน ไม่เคยเป็นที่ แล้วแต่วันไหนใครจะลากไปไหนเช้าตื่น 6 โมงเช้า ไปเรียนหนังสือ

ช่วงหนึ่งแม่ทนเห็นสภาพอย่างนี้ไม่ได้โทรตามให้ไปคุยด้วย ผมไปพบแม่ทุกครั้งที่โทรมาแต่ทุกครั้งที่ไปหาแม่ ตลอด 3 ปีเต็ม ๆไม่เคยคุยกับแม่รู้เรื่อง เพราะเมา ยืนไม่อยู่แม่เห็นสภาพ ร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดเห็นน้ำตาแม่ แล้วสงสารและเสียใจ ที่ทำให้แม่ต้องร้องไห้ตั้งใจเลิกทุกอย่าง กลับมาเป็นคนดี

แต่เลิกได้ไม่เกิน 1 อาทิตย์ เพื่อนมาลากเข้าวงอีกจนได้ใช้เวลาเลิกอยู่ 3 ปี ไม่สำเร็จสุดท้าย ตัดสินใจ สมัครเป็นทหารเกณฑ์อยู่ในกรมทหาร 3 เดือน ช่วงเป็นทหารใหม่ออกไปไหนไม่ได้ คงเลิกอบายมุขทั้งหมดได้เขาส่งไปประจำที่ ม.พัน 4 รอ เกียกกายเพราะมาอยู่ที่นี่ จึงทำให้รู้จักพ.อ. มนูญ รูปขจร ผู้บังคับกองพัน ได้ดีนับถือน้ำใจของ นายทหารม้าคนนี้และเข้าใจ ว่าทำไมลูกน้องถึงรักทุกคนขนาดไม่คุมอำนาจแล้ว ลูกน้องยังยกกำลัง ไปช่วยปฏิวัติ

ฝึกเสร็จ 3 เดือน พอดีช่วงนั้น เขมรแตกผู้บังคับกองร้อย เรียกไปเซ็นพินัยกรรมถามว่า ถ้าเราตาย มรดกที่มีทั้งหมดมอบให้ใครถูกส่งไปอยู่ชายแดน สระแก้วกลางคืน มีเสียงปืนกล่อมนอนตลอดคืน

นั่งคิดว่า เรานี่ ทำไมมาตายตั้งแต่ยังหนุ่มแต่ก็มาด้วยความยินดี และเต็มใจนะเพราะ ได้รับการปลุกใจว่า เรามาตาย เพื่อชาติตายอย่างวีรบุรุษ ตายอย่างผู้กล้าเราตาย เพื่อให้พี่น้องของเรา อยู่อย่างมีสุขชายชาติทหาร ตายเสียดีกว่าอยู่อย่างผู้แพ้รู้สึกมีเกียรติ ชีวิตมีค่า

ผมยังจำได้แม่นยำ จนถึงบัดนี้คนที่ปลุกให้พวกเราฮึกเหิมยอมตาย และเต็มใจมาตายเพื่อชาติได้ คือ ร.ท. อุเทน ทับโพธิ์ สุดยอดจริง ๆ

อยู่ชายแดนได้ไม่ถึงเดือนผมถูกเรียกตัวกลับมากรุงเทพฯ อยู่สาย 4 ส่งกำลังบำรุงคอยทำหน้าที่ส่งอาวุธ และอาหาร ให้หน่วยที่อยู่ชายแดนเจ้านายรักมาก เข้าใจคน ทำงานดี รวดเร็วทำเรื่องขอบรรจุ และแต่งตั้งยศให้

ช่วงนั้น แม่ ไปทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กและทำครัวให้เลขาผู้อำนวยการใหญ่ ของการบินไทยเจ้านายมาถามแม่ว่า
ลูกชายเรียนจบหรือยัง
จบแล้วค่ะ
เข้าการบินไทยไหม เขากำลังเปิดรับสมัคร
แม่ไม่ถามผมสักคำ ตอบตกลงทันที

ผมไปสอบที่การบินไทยเขาเห็นว่าผมมีประสบการณ์ด้านอาหารมาเกือบ 10 ปีเลยส่งไปอยู่แผนก ครัวการบิน

เลยต้องระงับเรื่องการขอแต่งตั้งยศและอำลาชีวิตทหาร ซึ่งผมรักมากมาอยู่กับ เจ้าจำปี การบินไทย

ตอนนั้น โก้มากพนักงานการบินไทยน่าจะมีประมาณแค่ 4 – 5 พันคน คน 60 ล้าน เราเป็น 1 ใน 5 พันคน พอมีจำปีติดหน้าอก อะไรก็ดูดีไปหมด สาว ก็ไม่ต้องจีบ มาจีบเราเองไปไหน คนก็ให้เกียรติ ยินดีต้อนรับน้องสาว น้องชายทั้ง 2 คน พอเรียนจบ ก็เข้าการบินไทย ตามไปตกลง ลูกคนรับใช้ ยากจน ได้ทำงานการบินไทย ทั้ง 3 คนนี่แหละ บารมีแม่ มือที่แม่ปั้น

ผมทำที่การบินไทยได้ 2 ปี สแกนดิเนเวียนแอร์ไลน์ ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงให้การบินไทยอยู่ 20 ปี ตั้งแต่ตอนที่เปิดสายการบินใหม่ หมดสัญญากับการบินไทยพอดี ประกาศรับทีมงาน ไปบริหารสนามบิน ที่เปิดใหม่ ทั่วโลก

ตอนนั้น สแกนดิเนเวียน ได้ชื่อว่า เป็นบริษัทที่บริหารสายการบิน และโรงแรมที่เก่งที่สุดในโลก มีระบบที่ดีที่สุดในโลกขณะที่เป็นพี่เลี้ยงการบินไทย2 ปีที่ผมอยู่ การบินไทยติด 1 ใน 3 ของโลกทั้ง 2 ปีเป็นแอร์ไลน์ที่ดีที่สุด 1 ใน 3 ของโลก

ผมอยากรู้ อยากได้ประสบการณ์การบริหารแบบมืออาชีพว่าเขาทำกันยังไง ถึงดีที่สุดในโลก เก่งที่สุดในโลกอยากเป็นนักบริหารมืออาชีพ อยากเป็นคนเก่งกับเขาบ้างเลยลาออกจากการบินไทยไปอยู่กับ SAS ประจำอยู่ต่างประเทศ 6 ปีได้ประสบการณ์เพียบเข้าไปวางแผนและบริหารสนามบินใหม่ใหญ่ที่สุดในโลก 2 สนามบิน ได้รับคำยกย่องชมเชย มากมายเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือนบ่อยมากจนต้องขอร้องให้หยุด เพราะมีปัญหาเรื่องภาษา

ตลอด 6 ปี ใช้เงินน้อยมาก เพราะบริษัทมีสวัสดิการ ดีมากเสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย อาหารการกินท่องเที่ยว พักผ่อน จ่ายให้หมด เลยไม่ต้องใช้เงินแม่ ส่งน้ำพริกเผาไปให้ตลอดให้น้องสาว ฝากเครื่องบินไปให้พออายุ 25 ปี มีเงินสดในธนาคารครบ 1 ล้านบาทพอดีกับบ้าน 1 หลัง รถยนต์ 1 คันทนคิดถึงบ้านไม่ไหวประกอบกับ อยากมีครอบครัว จึงลาออก

สรุปว่า ที่ตั้งเป้าชีวิตไว้ 4 อย่าง คืออยากเป็นสจ๊วต กัปตัน ทำงานบนเครื่องบินไม่ได้เป็น แต่ได้ทำงานสายการบิน ทำงานอยู่กับเครื่องบิน

อยากพูดภาษาอังกฤษได้ก็พอพูดรู้เรื่อง ไปหากินต่างประเทศได้

อยากไปเที่ยวต่างประเทศได้ไป 4 – 5 ประเทศ ในขณะทำงานสายการบิน

อยากมีเงิน 1 ล้านบาท ก่อนอายุ 25 ปี
ได้ครบ ตามที่ตั้งเป้าไว้

ตอนที่หนีออกมาจากอาบอบนวด ปฏิญานกับตนเองไว้ว่าจะไม่ถูกต้องตัวผู้หญิง และเหล้าเลย 4 ปี ปรากฏว่า เลยกำหนดที่ปฏิญานไว้ 4 ปี นี่ 8 ปีแล้ว ไม่เคยผ่านมือหญิงใดอีกเลยเจ้าหน้าที่สายการบิน แอร์โฮสเตส มาทอดสะพานให้เยอะแต่ใจแข็ง ไม่อยากให้แม่เสียใจจนถึงขณะนี้ เหล้า บุหรี่ การพนัน เที่ยวเตร่หยุดหมด

กลับมาถึงกรุงเทพฯ เบื่อสังคมเข้าไปอยู่ป่า เงียบ ๆ ที่หลังเขาเมืองกาญจน์ 3 ปีจากนั้น จึงมารับจ้างบริหาร วางระบบและแก้ปัญหาให้กับบริษัทหรือองค์กรที่มีปัญหา

ในช่วง 10 ปีหลัง เป็น GM ให้กับหลายบริษัทวางระบบ ทำแผน และบริหารเพิ่มยอดขาย จากปีละ 25 ล้าน เป็น 100 กว่าล้านจากเดือนละ 13 ล้าน เป็นเดือนละ 75 ล้านเอาประสบการณ์จาก SAS มาประยุกต์ใช้ประสบความสำเร็จ สูงมากรับเงินเดือน เดือนละค่อนแสน ตอนนั้นก๋วยเตี๋ยวเรือชามละ 2 บาทเมื่อตอนอายุ 30 ต้น ๆ ปี 2532ทำให้แม่ภาคภูมิใจ และมีความสุขมากคุยไปทั่วจังหวัดสุพรรณบุรี

แต่การตั้งเป้าที่สูงมาก ถึงแม้จะเป็นความท้าทายแต่ผลเสียก็มีตามมา คือ ผมต้องทำงานหนักมากเช้า ประชุมตามงานให้เป็นไปตามแผนบ่าย ประชุมกับหน่วยงานภายนอก เย็น เซ็นเอกสาร กลางคืน ปรึกษางานกับเจ้าของบริษัท กลับถึงบ้าน 5 ทุ่ม อาบน้ำเสร็จ เอาแผนมานั่งดูวางแผน เขียนแผน ปรับแผน จนถึงตี 2 ตี 3 จึงเข้านอนเป็นอย่างนี้ทุกวัน

แล้วที่สำคัญ เดินทางเยอะมากต้องเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศไม่ได้หยุดได้หย่อน จนเห็นเครื่องบินแล้วอยากจะอ้วกมีความรู้สึกว่า ตัวเองใช้ชีวิต ทารุณเกินไป
ขืนทำงานอย่างนี้ คงอยู่ได้อีกไม่เกิน 10 ปีจึงตัดสินใจ หยุดออกมาทำธุรกิจของตัวเอง เอาแค่พอกิน ไม่อดตายแต่ชีวิตมีความสุข พอแล้ว

ออกมาเปิดบริษัท ทำเทปเพลงอยู่ระยะหนึ่งแล้วเปลี่ยนไปทำทอล์กโชว์สร้างนักพูด จนโด่งดังหลายคนเช่น พ.อ.นพ. พงศักดิ์ ตั้งคณา นพ. สุกมล วิภาวีพลกุล 2 ทนายซ่าส์ ทนายวันชัย สอนศิริ ทนายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช

ตอนนี้ อยากเกษียณตัวเอง เลยมานั่งเขียนหนังสือ ตอนเย็นก็เล่นกีฬา แบดมินตัน มีความสุขดีอนาคต จะเป็นตัวกำหนด ถ้าเขียนหนังสือ แล้วไม่อดตาย จะทนเขียนต่อไป

นี่คือประวัติ แบบย่อที่สุดในชีวิต

ขอขอบคุณ "พี่สมคิด ลวางกูร"
ครูป้อม คนล่าฝัน

♣ เป็นห่วง ♣....โดยครูป้อม











วันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ขำๆกัน..วันละนิด(25) ... โดยครูป้อม

...มีหนุ่มสาวคู่หนึ่งนั่งในสวนสาธารณะ นั่งกันอยู่นานก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น..


จนฝ่ายหญิงเริ่มขยับตัวแต่แล้ว.....ก็มีเสียงดังฟุบ!!
ฝ่ายหญิงจึงชวนฝ่ายชายกลับ
ฝ่ายชายหนุ่มก็ถามหญิงสาวว่าทำไมรีบกลับ

ฝ่ายสาวก็กระมิดกระเมี้ยนตอบว่าคือ..มันเมื่อยน่ะค่ะ

ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงบอกว่า..
บ้านน้องเรียกเมื่อยหรือจ๊ะ... แต่บ้านพี่เรียกตดจ๊ะ!!!



ขอขอบคุณ "ตด"
ครูป้อม คนล่าฝัน

เกิดมาเพื่ออะไร ตายไปแล้วจะไปไหน....โดยครูป้อม


จงถามตัวเองทุกๆวันว่า




...เกิดมาเพื่ออะไร ตายไปแล้วจะไปไหน
ที่มาอยู่ที่นี่ต้องการอะไร ตายไปแล้วจะเอาอะไรไปบ้าง


ขณะนี้ที่อยู่อยู่แล้วมีความทุกข์หรือสุข
ถ้าสุข สุขจริงๆไหม ถ้าทุกข์ ทุกข์จริงๆไหม เราจะสุขเพื่ออะไร


ใครจะรู้บ้าง เราจะทุกข์ เพื่ออะไร
ใครจะรู้บ้าง (ความทุกข์ตามธรรมดานั้นมันมีอยู่เต็มเปี่ยมแล้ว

ตามธรรมชาติแต่ความสุขนั้นมันมาแทรกเรื่อยๆดันทุกข์ไว้ จึงมองไม่เห็นทุกข์ในขณะนั้น
แต่จงรู้ไว้นั่นมันปนทุกข์เมื่อความสุขนั้นเข้ามามันอยู่ไม่ทนมันไม่เที่ยงความสุขมันจะค่อยๆหาย

จนในที่สุดความทุกข์มันก็เข้ามาแทนที่ ของมันเองตราบใดที่เรายังหลง ความทุกข์นั้นเป็นของเที่ยงแท้แน่นอน เราไม่อยากได้แต่มันยังอยู่ ส่วนเจ้าตัวความสุขนั้น
เราต้องแสวงและค้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดถึงจะได้มา ส่วนความทุกข์เราไม่ต้องการ
มันดันอยู่ของมันเต็มเปี่ยมไม่หนีไปไหนไม่ต้องแสวงมันอยู่ของมันอยู่แล้วรออยู่
ทุกข์เป็นของเที่ยงสำหรับมนุษย์ทุกคนตราบใดที่ยังหลง หลง หลง ในวังวนนี้ ทุกข์เป็นตัวตั้ง ความสุขเป็นตัวแปร

ความสุขนั้น มันสุขไม่เที่ยง ทุกข์ เป็นของเที่ยงแท้ไม่หายไปไหนคงอยู่ตลอดของมันเอง แต่ความสุขมันลดหายไปได้ตามวันและเวลาผ่านไปกลายเป็นทุกข์อย่างเดิมแพ้มันทุกที



ขอขอบคุณ "ความทุกข์"
ครูป้อม คนล่าฝัน
 
Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.